ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ *รัฐธรรมนูญฉีกแล้วเขียนใหม่ *

05/01/2010 at 4:26 pm (Uncategorized)

บท: ดารณี รวีโชติ
นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ถึงปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการฉีกรัฐธรรมนูญมากที่สุด ข้ออ้างการฉีกรัฐธรรมนูญก็วนเวียนแต่ข้อกล่าวหาว่าผู้นำรัฐบาลไม่จงรักภักดี และทุจริตประพฤติมิชอบ ข้อถกเถียงในการร่างรัฐธรรมนูญก็วนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิมๆ

กลัวแต่จะกระทบอำนาจพระมหากษัตริย์ และกลายเป็นระบบประธานาธิบดี จนไม่สามารถจะเกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ ภาวะความปั่นป่วนของบ้านเมืองเช่นนี้ถูกขนานนามว่า “ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ” แท้จริงคือระบอบอะไรกันแน่?

5 รัฐธรรมนูญฉีกแล้วเขียนใหม่ : วนอยู่ในอ่าง
รัฐบาลประชาธิปไตยในประเทศไทยพอเริ่มไอเจ็บคอ อำนาจนอกระบบ(หรืออำมาตยาธิปไตย) ก็จะทำตัวเหมือนเชื้อโรคคอยแทรกแซงทันที เริ่มต้นก็จะบีบให้ปรับคณะรัฐมนตรีถ้ายังไม่ถูกใจ ขั้นต่อไปก็จะใช้วิธีบีบให้นายกรัฐมนตรีลาออกแล้วเปลี่ยนตัวนายกฯ ใหม่

ถ้าไม่ได้ก็จะเพิ่มดีกรีให้แรงขึ้นโดยขอนายกฯ พระราชทาน แต่ถ้ารัฐบาลมีความเข้มแข็งและยังแข็งขืนต่อคำเตือนที่ส่งสัญญาณลงมาในรูปแบบต่างๆ แล้วอำนาจนอกระบบก็จะเริ่มก่อตัวโดยใช้กระแสมวลชน กระแสนักวิชาการ, กระแสสื่อ รวมศูนย์โจมตี แล้วก็ปิดท้ายด้วยการ ยึดอำนาจเมื่อได้โอกาส

ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาในระยะใกล้คือกรณีของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวอย่างที่ทุกคนจะเห็นได้ชัด เพราะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีภาวะเศรษฐกิจดี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังผลักดันให้ประเทศไทยเป็นรัฐที่ทันสมัยในระบบโลกาภิวัตน์

ซึ่งอำนาจนอกระบบไม่อาจจะใช้มาตรการปกติบีบให้ลาออกได้ ก็จะถูกการใช้มาตรการรุนแรงทำการโค่นล้ม เมื่อกระทำรัฐประหารโค่นล้มก็จำเป็นต้องฉีกรัฐธรรมนูญ และร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ และทุกครั้งที่มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็จะตัดไม้ตัดมืออำนาจของประชาชนมากขึ้น

แล้วเพิ่มอำนาจให้แก่ระบอบราชการมากขึ้น โดยใส่ร้ายป้ายสีว่าประชาชนยังไม่พร้อมที่จะปกครองตนเองอยู่ร่ำไป โดยเนื้อหาหลักๆ ของรัฐธรรมนูญก็เปิดช่องทางให้แก่อำนาจนอกระบบเข้ามามีอำนาจให้สมบูรณ์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น รัฐธรรมนูญฉบับ รสช.(ปี 2534)

ก็ตัดอำนาจการบริหารของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในการที่จะโยกย้ายข้าราชการ โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมีคำสั่งโยกย้ายได้เฉพาะปลัดกระทรวงซึ่งเป็นระดับซี 11 เท่านั้น ส่วนราชการตั้งแต่ ซี 10 ลงมาห้ามยุ่ง ซึ่งเป็นฝีมือของนายกฯ อนันต์ ปันยารชุน(ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร รสช.)

หรือรัฐธรรมนูญฉบับ คมช.(ปี 2550) ก็ตัดอำนาจของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้มากขึ้นและทำลายความเข้มแข็งของระบบพรรคการเมือง โดยให้อำนาจ ส.ส.ที่จะไม่พังมติพรรคได้รวมตลอดทั้งการเปิดช่องทางให้ศาลและราชการเข้ามาควบคุมรัฐสภาและรัฐบาลโดยตรง

โดยให้อำนาจศาลและองค์กรอิสระ(ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นข้าราชการ) เป็นผู้ มีอำนาจในการแต่งตั้งวุฒิสภาได้ครึ่งหนึ่ง(74 คน) โดยมีอำนาจควบคุมรัฐบาลได้เสมือนหนึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นต้น เมื่อหลักๆ ได้อำนาจเพิ่มจนพอใจแล้วก็จะมาตั้งคำถามรายละเอียดเล็กๆ

น้อยๆ แบบพายเรือวนในอ่างจนน่าเวียนหัวกับระบอบประชาธิปไตยซึ่งเป็นเรื่องเก่าๆ เช่น เขตเลือกตั้งควรจะเป็นเขตเล็กเบอร์เดียว หรือเขตใหญ่เรียงเบอร์?, เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรงดีหรือไม่? เพราะเกรงจะเป็นระบบประธานาธิบดี?, วุฒิสภาควรจะมาจากการแต่งตั้งจะดีกว่าการเลือกตั้งโดยตรงไหม?,

หมวดพระมหากษัตริย์ห้ามแตะต้องเพราะจะเป็นการละเมิดพระราชอำนาจ เป็นต้น จากประวัติศาสตร์พอร่างรัฐธรรมนูญตามใจผู้มีอำนาจเสร็จ ใช้ไปอีกไม่นานก็ฉีกอีก แล้วก็ร่างใหม่อีก ด้วยข้อถกเถียงเดิมๆ เหล่านี้ แม้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดว่าเป็นการร่างจากการมีส่วนร่วม

ของประชาชนมากที่สุด มิได้เกิดจากความต้องการของคณะยึดอำนาจกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ก็ยังไม่วายที่อำนาจนอกระบบยังไม่พอใจ ก็ยังให้ฉีกเสียเมื่อ 19 กันยายน 2549 การร่างรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับก็ต้องเอาเงินภาษีอากรของประชาชนมาใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก เฉพาะค่าใช้จ่ายในการร่างรัฐธรรมนูญเกือบ 20 ฉบับ

ก็หมดไปหมื่นล้านบาท(เฉพาะฉบับปี 2540+2550 ใช้จ่ายกว่า 5,000 ล้านบาท) ยังไม่นับความเสียหายจากการหยุดชะงักในการพัฒนาของบ้านเมืองอีกไม่รู้เท่าไร แต่ก็ไม่มีใครให้ความสนใจกับการฉีกรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจนอกระบบว่าหากเขาไม่พอใจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อไร

เขาก็จะฉีกรัฐธรรมนูญนั้นเสียโดยง่าย เพื่อจะเปลี่ยนตัวรัฐบาลที่เขาไม่พอใจ และที่ประหลาดใจที่สุดที่คนไทยทุกคนมีคำถามอยู่ในหัวใจแต่ไม่กล้าถามให้มีเสียงดัง ก็คือ “เมื่อทหารยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญทุกครั้ง ทำไมในหลวงจึงยอมลงพระปรมาภิไธยรับรองคณะผู้ฉีกรัฐธรรมนูญทุกครั้งไป?”
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: