ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ *ลงพระปรมาภิไธยให้ทุกครั้ง*

06/01/2010 at 3:40 pm (Uncategorized)



บท: ดารณี รวีโชติ
นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ถึงปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการฉีกรัฐธรรมนูญมากที่สุด ข้ออ้างการฉีกรัฐธรรมนูญก็วนเวียนแต่ข้อกล่าวหาว่าผู้นำรัฐบาลไม่จงรักภักดี และทุจริตประพฤติมิชอบ ข้อถกเถียงในการร่างรัฐธรรมนูญก็วนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิมๆ

กลัวแต่จะกระทบอำนาจพระมหากษัตริย์ และกลายเป็นระบบประธานาธิบดี จนไม่สามารถจะเกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ ภาวะความปั่นป่วนของบ้านเมืองเช่นนี้ถูกขนานนามว่า “ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ” แท้จริงคือระบอบอะไรกันแน่?

6 ยึดอำนาจทุกครั้งทำไมในหลวงลงพระปรมาภิไธยให้ทุกครั้ง?
เป็นที่สงสัยกันไม่เฉพาะในหมู่คนไทยเท่านั้น แต่คนทั้งโลกก็สงสัยว่าการยึดอำนาจที่มักจะเรียกว่าการปฏิวัติทั้งๆ ที่แท้จริงก็คือการรัฐประหารนั้นเป็นอาชญากรรมทางการเมืองต่อระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่ร้ายแรง

และนับวันยิ่งร้ายแรงยิ่งขึ้นด้วยนานาอารยประเทศไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าวแล้ว แต่ทุกครั้งที่มีการกระทำอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ทำไมพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของราษฎรคนไทยทั้งประเทศ จึงยอมซึ่งหากพระองค์จะมีดำรัสตักเตือนพวกทหารที่ชอบยึดอำนาจเสียบ้าง

ทุกคนก็จะเชื่อฟังและทำตาม แต่ทำไมพระองค์ไม่ทรงยับยั้งการกระทำอันเป็นอาชญากรรมเช่นนี้เล่า? และไม่เพียงแต่ไม่ทรงยับยั้งเท่านั้นยังได้ทรงลงพระปรมาภิไธย(ลายเซ็น)ให้แก่การรัฐประหารที่กระทำสำเร็จทุกครั้งอีกด้วย

ทำให้ผู้กระทำการรัฐประหารเหล่านั้นมีความชอบธรรมในการที่จะปกครองประเทศชาติ และประชาชนทั่วไปก็จำเป็นต้องหวานอมขมกลืนเนื่องจากเคารพสักการะในพระองค์ท่าน และไม่อาจจะโต้แย้งใดๆได้เนื่องจากมีกฎหมายอาญาปิดปากไว้ในมาตรา 112 ซึ่งมีความรุนแรง

ไม่เฉพาะแต่ตัวบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดแต่ยังกระทบกระเทือนไปถึงลูกหลานวงศ์ตระกูลที่ใช้นามสกุลเดียวกันในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชา นุภาพด้วย ดังนั้นกฎหมายดังกล่าวจึงกลายเป็นเครื่องมือปิดปากที่จะให้ราษฎรไม่ว่าใครทั้งนั้นไม่สามารถตั้งคำถามอันเป็นข้อคับข้องใจ

ตลอดระยะเวลา 70 กว่าปีที่ผ่านมานี้ได้มีคนตั้งคำถามว่าหากในหลวงไม่ลงพระปรมาภิไธยให้แก่ผู้ที่ทำการยึดอำนาจบุคคลเหล่านั้นจะกระทำการยึดอำนาจได้หรือไม่? เป็นที่ชัดเจนว่าไม่ได้แน่นอนและจะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนและคนทั้งโลกด้วย คำถามจึงยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้นว่า

“ทำไมพระองค์จึงกระทำการเช่นนั้น?”
คำตอบที่นักวิชาการทั้งหลายพยายามเสกสรรปั้นแต่งให้คนไทยทั้งประเทศยอมรับก็คือ “หากพระองค์ไม่ลงพระปรมาภิไธยให้คณะผู้ยึดอำนาจ จะเป็นอันตรายแก่พระองค์เอง……………………………………………จริงหรือ?”

“พระองค์ต้องทรงปฏิบัติเช่นนั้นเพราะพระองค์ทรงอยู่เหนือการเมือง………………………………………………………………จริงหรือ?” เท่าที่ผู้เขียนได้พยายามรวบรวมเหตุผลของนักวิชาการที่ขาย จิตวิญญาณทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุผลที่คนทั่วไปยังขัดข้องหมองใจอยู่กล่าวคือ

1.ก็ในเมื่อราษฎรทั้งประเทศเคารพสักการะพระองค์ท่าน เชื่อในสิ่งที่ท่านทรงมีพระราชดำรัสจึงเป็นไปไม่ได้ที่อำนาจนอกระบบซึ่ง ก็คือกลุ่มข้าราชการที่ถูกบ่มเพาะมาให้ยึดมั่น เชิดชู สถาบันพระมหากษัตริย์เหนือชีวิต และจะเห็นได้ว่ากลุ่มข้าราชการต่างๆ

ทั้งหลายจะกล่าวอ้างเสมอเมื่อมีความขัดแย้งกับนักการเมืองว่าพวกตนคือข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(หรือในหนึ่งก็คือเขาเป็นพวกในหลวง) บุคคลเหล่านี้จะกล้ากระทำในสิ่งที่ไม่บังควรต่อพระองค์ได้อย่างไร

2.การกล่าวว่าพระองค์ทรงอยู่เหนือการเมืองจึงต้องลงพระปรมาภิไธยรับรองการกระทำอันไม่ถูกต้องต่อระบอบประชาธิปไตย ที่คนทั้งโลกไม่ยอมรับนั้นทุกครั้งไป จึงเป็นการกล่าวที่ไม่บังควรต่อพระเกียรติยศของพระองค์ เพราะเท่ากับเป็นการกล่าวหาว่าพระองค์ทรงมิต้องรับผิดชอบแก่การกระทำการใดๆ

อันไม่ถูกต้องนั่นเอง ดังนั้นปัญหาอันไม่อาจจะหาคำตอบได้ จึงทำให้เกิดข้อครหาค้างคาใจในหมู่ประชาชนว่า “ทำไมระบอบประชาธิปไตยของไทยจึงไม่อาจมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้เลย?”
สิ่งเหล่านี้หรือที่เรียกว่า “ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ” แท้จริงมันคือระบอบอะไรกันแน่?

ReadMore

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: