ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ *เข้าใจสถานการณ์*

07/01/2010 at 4:53 pm (Uncategorized)


บท: ดารณี รวีโชติ
นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ถึงปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการฉีกรัฐธรรมนูญมากที่สุด ข้ออ้างการฉีกรัฐธรรมนูญก็วนเวียนแต่ข้อกล่าวหาว่าผู้นำรัฐบาลไม่จงรักภักดี และทุจริตประพฤติมิชอบ ข้อถกเถียงในการร่างรัฐธรรมนูญก็วนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิมๆ

กลัวแต่จะกระทบอำนาจพระมหากษัตริย์ และกลายเป็นระบบประธานาธิบดี จนไม่สามารถจะเกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ ภาวะความปั่นป่วนของบ้านเมืองเช่นนี้ถูกขนานนามว่า “ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ” แท้จริงคือระบอบอะไรกันแน่?

1.7 เข้าใจระบอบ จึงจะเข้าใจสถานการณ์
ระบอบการเมืองของไทยมีความซับซ้อนมากจนเป็นผลให้นักวิชาการทางรัฐศาสตร์และผู้ที่สนใจในแวดวงการเมือง เกิดการมึนงงในการที่จะประเมินและวิเคราะห์วิกฤตการณ์ทางการเมืองว่าจะคลี่คลายไปในทางใด อย่างเช่น การประท้วงยึดทำเนียบรัฐบาลที่ยาวนานของ

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และขยายตัวไปยึดสนามบินซึ่งกลายเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองเรื้อรังของไทยในขณะนี้,ไม่เพียงแต่ไม่อาจจะวิเคราะห์สถานการณ์ในอนาคตได้เท่านั้นแต่ยังไม่อาจจะรู้ได้ด้วยว่าแท้จริงแล้วมีต้นเหตุมาจากอะไรกันแน่?

ดังนั้นการที่จะเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองของไทยได้จริงๆ นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ให้แน่ชัดว่าแท้จริงแล้วระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ นี้ คือระบอบอะไรกันแน่?
หากเราดูวิวัฒนาการทางการเมืองของไทย

โดยเฉพาะการผลัดเปลี่ยนอำนาจรัฐบาลด้วยการโค่นล้มฉีกรัฐธรรมนูญด้วยแล้ว ก็จะเห็นว่าทุกครั้งที่มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็จะมีการจัดโครงสร้างอำนาจให้รวมศูนย์ไปที่องค์พระมหากษัตริย์มากขึ้นทุกที จนกระทั่งพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์กลายเป็นอำนาจที่ไม่อาจโต้แย้งได้

รวมตลอดทั้งพระราชดำรัสก็กลายเป็นเสมือนองค์การแห่งสวรรค์ที่พสกนิกรต้องปฏิบัติตาม ไม่อาจจะโต้แย้งหรือสงสัยได้ สภาวะเช่นนี้จึงมีลักษณะใกล้เคียงกับระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่องค์พระมหากษัตริย์เท่านั้น และพระองค์ทรงใช้พระราชอำนาจ

ได้โดยตรงด้วยอำนาจทางวัฒนธรรม ที่ครอบงำอำนาจทางกฎหมายและอำนาจอธิปไตยทั้งสาม คือ อำนาจบริหาร, นิติบัญญัติ และตุลาการ ดังนั้นคำพูดหรือแนวคิดไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ประชาชนทุกคนต้องพึงสังวรและคอยรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมนำไปปฏิบัติ

ในภาวะแห่งโครงสร้างของระบอบการเมืองแบบประชาธิปไตย แต่อำนาจกลับรวมศูนย์ที่องค์พระมหากษัตริย์เช่นนี้ ไม่มีคำใดที่ให้ความหมายได้เหมาะสมกับคำว่า “ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชใหม่” เมื่อ 15 กันยายน 2490 พอ.พระยาวิชิตสรศาสตร์(จินดา วัชรเสถียร)

อดีตนายทหารกรมช่างแสงได้แจ้งความต่อตำรวจว่าปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้บงการให้เกิดกรณีสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 8 (หนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ 11 ตุลาคม 2490) และพรรคประชาธิปัตย์ ก็กล่าวหาปรีดี พนมยงค์ ในทางสาธารณะในขณะนั้นในลักษณะเดียวกัน (สุธาชัย ยิ้มเจริญ ,แผนชิงชาติไทย
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: