การเกิดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชใหม่ *ความเหมือนคล้ายรัฐประหาร*

18/01/2010 at 7:03 pm (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
6 ความเหมือนคล้ายรัฐประหาร 8 พ.ย. 90 กับ 19 ก.ย.49
การรัฐประหารเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2490 มีสถานการณ์ที่เหมือนคล้ายกับการยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 ในสถานการณ์ทางการเมือง สภาพแวดล้อมของสังคมโลก และตัวละครของพรรคการเมืองคู่กรณี ดังนั้นในที่นี้ผู้เขียนขอนำเหตุการณ์บางประการที่เหมือนคล้ายกันมาเพื่อ ศึกษาเป็นบทเรียน และเพื่อประโยชน์ต่อผู้สนใจที่จะศึกษามองอนาคตของการเมืองไทยต่อไป ดังนี้

1.มีเหตุการณ์ที่รุนแรงเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ กล่าวคือในปี 2489 พรรคประชาธิปัตย์โจมตีใส่ร้ายนายปรีดี พนมยงค์ ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนลอบปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8 จนเป็นเหตุให้เกิดการโค่นล้มรัฐบาลนายเถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ กลุ่มอำนาจของฝ่ายนายปรีดี พนมยงค์ และนายปรีดี พนมยงค์ ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศจนจบชีวิตลงในต่างประเทศ ส่วนในเหตุการณ์ปัจจุบันกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ร่วมกับพรรค ประชาธิปัตย์จัดการชุมนุมเคลื่อนไหวโจมตีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

วางแผนโค่นล้มสถาบันกษัตริย์ในภาวะที่สถาบันกำลังเกิดวิกฤตค่อนข้างรุนแรง อันเป็นผลจากอายุและสุขภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ที่ทรงเจริญพระชนมายุมากแล้ว และสุขภาพไม่ดีซึ่งเป็นภาวะของการใกล้ที่จะผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน จนในที่สุดก็เกิดการยึดอำนาจรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 19 กันยายน 2549 โดยใส่ร้ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่างๆ นาๆ และสุดท้ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ เพียงแต่ปัจจุบันละครการเมืองยังไม่จบ บทสุดท้ายของเหตุการณ์จึงยากที่จะทำนาย

2. ทหารจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ เหตุการณ์รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 มีกลุ่มทหารร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ ทำการยึดอำนาจและหนุนให้นายควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีและอยู่ได้ไม่พอ 6 เดือน นายควงก็ถูกทหารใช้ปืนจี้ให้ออกจากนายกฯ แล้วเชิญจอมพล ป.กลับมาเป็นนายกฯ แทน เหตุการณ์การเมืองปัจจุบันตัวละครก็ยังเป็นกลุ่มทหารโดยใช้ชื่อว่า คมช.ร่วมกันกับพรรคประชาธิปัตย์ และหนุนให้นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน แต่จะจบลงเหมือนกับ นายควง อดีตหัวหน้าพรรคหรือไม่ยังไม่อาจจะทราบได้

3. ทำลายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลของกลุ่มอำนาจนายปรีดี พนมยงค์ ในปี 2490 เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยของฝ่ายพลเรือนที่ได้อำนาจมาโดยชอบและเป็นที่ชื่นชม ของประชาชน เนื่องจากเป็นรัฐบาลของกลุ่มขบวนการเสรีไทยภายในประเทศที่ต่อต้านการยึดครอง ของญี่ปุ่นที่ร่วมมือกับกลุ่มทหารจอมพล ป.พิบูลสงคราม และได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นประเทศมหาอำนาจเป็นรัฐบาลของฝ่ายสัมพันธมิตรที่เป็นฝ่ายชนะ สงครามโลกครั้งที่ 2

จึงให้การสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากขบวนการเสรีไทย ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยของฝ่ายพลเรือนที่ได้มาตามรัฐธรรมนูญของประชาชน ปี 2540 โดยสมบูรณ์แบบที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ด้วยอยู่ในยุคโลกาภิวัฒน์ และเป็นที่นิยมของประชาชน ดังนั้นการยึดอำนาจของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั้งสองครั้งนี้ จึงเป็นที่จับตามองของประเทศมหาอำนาจมาก ผู้ยึดอำนาจจำเป็นต้องเล่นละครหลอกลวงชาวโลกและประชาชนไทยให้เป็นไปอย่างแนบ เนียน

ด้วยเหตุนี้ในเหตุการณ์ยึดอำนาจเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2490 ฝ่ายทหารจึงต้อง อำพรางภาพลักษณ์ของเผด็จการเพื่อมิให้เกิดการบาดหูบาดตาประเทศมหาอำนาจ เพราะจอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็พึ่งหลุดจากคดีอาชญากรสงครามมาไม่นาน ด้วยเหตุนี้คณะรัฐประหารจึงได้เชิญนายควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในลักษณะที่ว่าคณะรัฐประหาร นั้นไม่ต้องการอำนาจทางการเมือง แต่ก่อการยึดอำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศโดยแท้จริง

ปรากฏหลักฐานตามที่จอมพลผิน ชุณหะวัณ ได้เล่าไว้ในหนังสืออนุสรณ์งานศพ หน้า 88 ว่า“วันที่ 9 พฤศจิกายน 2490 ได้ประชุมคณะรัฐประหารชั้นผู้ใหญ่มี จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นประธานพิจารณาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในที่ประชุมเห็นว่านายควง อภัยวงศ์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านได้เปิดอภิปรายทั่วไปโจมตีรัฐบาลปัจจุบันในรัฐสภา โดยใช้เครื่องกระจายเสียงเปิดการอภิปรายของฝ่ายค้าน ให้ราษฎรได้ฟังทั่วประเทศ ทำให้ราษฎรได้ทราบความบกพร่องของรัฐบาลอย่างมากมาย

เพื่อเป็นการสนองพรรคฝ่ายค้าน ที่ประชุมจึงลงมติเอกฉันท์ให้ตั้งนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี”Ùเหตุการณ์การเมืองในปัจจุบันนี้ก็คล้ายคลึงกัน ผู้ทำรัฐประหารก็พยายามผลักดันให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อ 23 ธันวาคม 2550 โดยผ่านกระบวนการของรัฐบาลชั่วคราว พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีที่มาจากองคมนตรี ซึ่งเป็นรัฐบาลของฝ่ายเจ้าอย่างชัดเจนมาเป็นผู้สนับสนุนปูทางให้

แต่สถานการณ์โลกและความคิดของประชาชนแตกต่างไปจากเหตุการณ์ในอดีตมาก จึงทำให้แผนการสร้างภาพฝ่ายตัวละครพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่สัมฤทธิ์ผล พรรคประชาธิปัตย์จึงไม่สามารถเอาชนะพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจของพ .ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ และล่าสุดฝ่ายรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ยังใช้ความพยายามโค่นล้มรัฐบาลของกลุ่มพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อีกด้วยการสมคบกันให้กลุ่มพันธมิตรฯ ออกปลุกระดมเคลื่อนไหวประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจากภาคใต้ซึ่งเป็นฐานของ พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาก่อการจลาจลเป็นเวลานานกว่าหกเดือนโดยยึด

ถนนราชดำเนิน ทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุสวรรณภูมิสนามบินดอนเมือง สนามบินภูเก็ต สนามบินหาดใหญ่ และสมคบกับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จนรัฐบาลกลุ่มพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องล้มคว่ำไปถึง2 รัฐบาล คือ รัฐบาลภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และสุดท้ายพวกทหารก็แสดงบทบาทอย่างออกหน้าออกตาเป็นนายหน้าของฝ่ายวังหนุน ให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีจนได้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 15 ธันวาคม 2551

4.คนใกล้ชิดปรีดี พนมยงค์ หลวงกาจสงคราม(พ.อ.กาจ การสงคราม) คนใกล้ชิดปรีดี พนมยงค์ ทรยศโดยย้ายฝากอำนาจไปอยู่กับฝ่ายเจ้าและกล่าวโจมตีว่าปรีดีคิดการใหญ่จะจัด ตั้งระบอบสาธารณรัฐ และตั้งตัวเองขึ้นเป็นประธานาธิบดี เป็นกรณีคล้ายกับกรณีนายเนวิน ชิดชอบ คนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ทรยศย้ายข้างไปอยู่ฝ่ายทหารและพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายเจ้าโดยร่วมสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อโค่นล้มฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

และที่ขาดไม่ได้ก็โจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าคิดการใหญ่คล้ายกับเหตุการณ์ที่เกิดกับนายปรีดี พนมยงค์ เหตุการณ์ในครั้งนั้น หลวงกาจสงครามเป็นคนหนึ่งในคณะเสรีไทยโดยร่วมมือกับปรีดี พนมยงค์ ในการตั้งขบวนการต่อต้านญี่ปุ่น โดยยอมลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อตุลาคม 2486 เป็นตัวแทนเสรีไทยเดินทางไปประเทศจีน และเมื่อสงครามยุติแล้วหลวงกาจสงครามก็ร่วมกับปรีดี พนมยงค์ ก่อตั้งพรรคสหชีพ ซึ่งเป็นพรรคที่ก้าวหน้าที่มีนโยบายเป็นประชาธิปไตยของฝ่ายพลเรือนในขณะนั้น

แต่ภายหลังจากเกิดกรณีวิกฤต กรณีสิ้นพระชนม์ของรัชกาลที่ 8 โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าหลวงกาจสงครามได้แกล้งให้ร้ายปรีดี พนมยงค์ ว่ามีแผนการจัดตั้งมหาชนรัฐ(ในความหมายปัจจุบันก็คือการโจมตีว่าจะล้มสถาบัน กษัตริย์ จัดตั้งสาธารณรัฐนั่นเอง) โดยจะยึดอำนาจทั่วประเทศไปสู่มหาชนรัฐ เมื่อคณะทหารทราบเข้าจึงปฏิวัติตัดหน้า(หนังสือพิมพ์เสรีภาพ 18 พฤศจิกายน 2490 อ้างในสุธาชัย ยิ้มเจริญ หน้า 114,แผนชิงชาติไทย)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: