การเกิดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชใหม่ *ทำลายระบอบรัฐธรรมนูญ *

19/01/2010 at 7:03 pm (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
7 ทำลายระบอบรัฐธรรมนูญ ฟื้นระบอบกษัตริย์
รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายระบอบรัฐธรรมนูญและฟื้นระบอบกษัตริย์ ความมุ่งมั่นของคณะราษฎรที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองต้องการจะพลิกจากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม โดยให้ความสำคัญกับระบอบรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดการสถาปนาลัทธิรัฐ ธรรมนูญขึ้น โดยยกรัฐธรรมนูญให้มีฐานะสูงเด่นเป็นสัญลักษณ์แห่งชาติมาแทนที่

สถาบัน กษัตริย์ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชาติอยู่เดิม โดยคณะราษฎรได้ให้การศึกษาประชาชนโดยส่งกลุ่มปาฐกถาเดินทางไปยังจังหวัด ต่างๆทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่ระบอบรัฐธรรมนูญ นำรูปภาพรัฐธรรมนูญไปแจกตามหมู่บ้านห่างไกล และเอาตัวบทรัฐธรรมนูญไปแจกข้าราชการอำเภอ ครู กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นก็จัดให้มีการจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญเป็นประจำทุกปี และพยายามสร้างสัญลักษณ์รัฐธรรมนูญขึ้นเพื่อให้อยู่ในใจของประชาชน

เช่น การสร้างอนุสาวรีย์รัฐธรรมนูญที่ถนนราชดำเนินÙ(ที่เรียกว่าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในปัจจุบัน) และได้สร้างอนุสาวรีย์ปราบกบฏ โดยมีรูปพานรัฐธรรมนูญเป็นสัญลักษณ์ หลังจากได้ชัยชนะจากการปราบกบฏบวรเดชซึ่งเป็นการปราบปรามการลุกขึ้นสู้ของ ฝ่ายเจ้าเมื่อปี 2476 การรัฐประหารเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2490 นั้นถือได้ว่าเป็นการสร้างวัฒนธรรมฉีกรัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรกเพราะก่อนหน้า นั้นแม้จะมีการยึดอำนาจแต่ก็ไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญ

และรัฐธรรมนูญที่ถูกฉีกนี้ก็เป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของไทยที่ร่าง ขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองและประกาศใช้เมื่อ 10 ธันวาคม 2475 ในปีปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งใช้มาประมาณ 15 ปี โดยคณะราษฎรมีความมุ่งหมายที่จะให้ระบอบรัฐธรรมนูญมีความมั่นคงให้ประชาชน ยึดถือเป็นระบอบกฎหมายสูงสุดตลอดไป ให้เป็นรากฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเหมือนกับที่เกิดขึ้นในอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ที่มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับดั้งเดิมมาเป็นเวลานานกว่าสองร้อยปี

โดยกลายเป็นวัฒนธรรมความเชื่อซึมอยู่ในสายเลือดของประชาชนที่ดำรงชีวิตอยู่ ในสังคมนั้นๆ จากความเห็นของสุธาชัย ยิ้มเจริญ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บันทึกในหนังสือแผนชิงชาติไทย หน้า 102 เห็นว่า “ความจริงแล้วนัยยะของลัทธิรัฐธรรมนูญที่คณะราษฎรพยายามเสนอและผลักดัน ส่วนหนึ่งก็เป็นการลดความสำคัญของพระมหากษัตริย์ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์แห่ง ชาติที่ตกค้างมาจากยุคสมบูรณาญาสิทธิราช ด้วยเหตุนี้การพังทลายของรัฐธรรมนูญในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์แห่งชาติ

ก็เท่ากับเป็นการรื้อฟื้นความสำคัญของพระมหากษัตริย์ให้สูงเด่นขึ้น” ดังนั้นการรัฐประหารเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2490 จึงมิใช่เป็นเพียงการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองโดยความร่วมมือกันของฝ่ายทหาร กับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่เนื้อแท้คือการทำลายแนวคิดประชาธิปไตยของคณะราษฎรโดยการทำลายระบอบรัฐ ธรรมนูญเพื่อพลิกฟื้นอำนาจของฝ่ายเจ้าให้กลับคืนมาทั้งหมด และเป็นจุดเริ่มต้นของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชใหม่ที่ทรงอำนาจ และบดทำลายระบอบประชาธิปไตยอยู่ในขณะนี้

จากความเห็นของสุธาชัย ยิ้มเจริญ ใน แผนชิงชาติไทยหน้า 103 อ้างถึงหนังสือพิมพ์การเมืองรายสัปดาห์ 29 พฤศจิกายน 2490 ว่าคณะรัฐประหารจึงได้นำความสัมฤทธิผลมาสู่กลุ่มเจ้า-ขุนนางบาง ประการ นั่นคือ “การถวายอำนาจคืน” โดยคณะรัฐประหารเป็นผู้มอบให้ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ประกาศใช้ สำหรับจอมพล ป. พิบูลสงคราม นั้น แม้ว่าจะเคยเป็นคู่ปฏิปักษ์กับฝ่ายเจ้าขุนนางมาก่อน แต่ก็ได้ฉวยสถานการณ์เป็นประโยชน์ต่อตนเอง

ดังคำให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2490 ในนามของหัวหน้าคณะรัฐประหารว่า “รัฐประหารครั้งนี้คณะทหารอยากเปลี่ยนรัฐบาล จะเพิ่มอำนาจพระมหากษัตริย์ให้มากขึ้น ท่านจะได้โอกาสช่วยดูแลบ้านเมือง” (การเมืองรายสัปดาห์ 25 พฤศจิกายน 2490) และในที่สุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระราชหัตถเลขาในวันที่ 25 พฤศจิกายน แสดงความปิติยินดีด้วยกับการรัฐประหารครั้งนี้(ว.ช.ประสังสิต 2492 : 245-248)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: