*รัฐธรรมนูญ 2490 วางระบบอำนาจฝ่ายเจ้าให้เข้มแข็ง*

20/01/2010 at 7:17 pm (หนังสือ)

บท: ดารณี รวีโชติ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ.ศ.2490 หรือที่รู้จักกันในนามรัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม เนื่องจากคณะรัฐประหารได้เตรียมการร่างรัฐธรรมนูญไว้ล่วงหน้าแต่ด้วยเกรงว่า จะมีคนรู้เห็นจึงซ่อนไว้ใต้ตุ่ม จากคำให้สัมภาษณ์ของ น.อ.กาจ เก่งระดมยิง (ชื่อเดิมกาจ กาจสงคราม)

ผู้ร่างได้กล่าวว่า“เตรียมร่างรัฐธรรมนูญไว้วันละเล็กละน้อย โดยมิได้มีผู้ใดพึงรู้เห็นแล้วเก็บซ่อนไว้ใต้ตุ่มสามโคก ครั้นเมื่อทำการรัฐประหารสำเร็จลงจึงได้นำรัฐธรรมนูญที่ซ่อนไว้ใต้ตุ่ม แดงออกประกาศใช้ทันที รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีฉายาว่ารัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม”

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชัดเจนว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ที่พลิกฟื้นอำนาจของกษัตริย์ขึ้นอย่างค่อนข้างสมบูรณ์นับตั้งแต่มีการ เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 กล่าวคือได้กำหนดให้มี 2 สภา คือสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา

โดยมีจำนวนเท่ากัน และเฉพาะวุฒิสภาทั้งหมดนั้นให้เป็นอำนาจของพระมหากษัตริย์ที่จะทรงคัดเลือก เอง(มาตรา 33) และกำหนดให้มีการรื้อฟื้นอภิรัฐมนตรีสภาซึ่งเป็นองค์กรบริหารของเจ้านายสมัย รัชกาลที่ 7 และถูกรัฐบาลคณะราษฎรยกเลิกไปแล้ว โดยรัฐธรรมนูญฉบับปี 2490 มาตรา 2

กำหนดให้มีขึ้นมาใหม่ อภิรัฐมนตรีสภาก็มีฐานะคล้ายคณะองคมนตรีในปัจจุบันนี้ การมีวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งของกษัตริย์ทั้งสภา และให้มีอำนาจเสมอเช่นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จึงเป็นการบ่งชี้ให้เห็นว่ามีอำนาจของกษัตริย์คุมอำนาจทางการเมืองของ

ประชาชนอย่างชัดเจน ดังนั้นหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุขโดยทรงอยู่เหนือการเมืองตามแนวคิดของคณะราษฎรจึงไม่เป็นจริง และตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับ 2490 เป็นต้นมา เมื่อมีการฉีกรัฐธรรมนูญและร่างรัฐธรรมนูญใหม่อำนาจของกษัตริย์ในวุฒิสภาก็

ยังคงสืบเนื่องต่อไป และมาสิ้นสุดเมื่อเกิดการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปี 2540 ที่ยกเลิกการแต่งตั้งวุฒิสภาจากกษัตริย์ โดยให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งหมด ซึ่งถือเป็นรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจเต็มแก่ประชาชน

เมื่อนำเหตุการณ์การยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 มาศึกษาเปรียบเทียบก็จะพบประเด็นที่มาแห่งวุฒิสภาเป็นชนวนระเบิด ที่ฝ่ายเจ้าไม่พอใจรัฐธรรมนูญปี 2540 และเก็บความไม่พอใจนี้ซ่อนไว้อย่างเงียบๆ โดยปล่อยให้รัฐธรรมนูญปี 2540

ประกาศใช้ไปสักระยะหนึ่งก่อน แล้วนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวใน “เครือข่ายราชสำนัก”(Royol Network) เช่น อธิบดีมหาวิทยาลัย คณบดี หรือพวกที่ตั้งชื่อตัวเองแปลกว่าราษฎรอาวุโส ก็ออกมาโจมตีเพื่อทำลายกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาว่าเป็นสภาผัวเมีย

เพื่อให้เกิดการเสื่อมความนิยมในหมู่ประชาชนเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยตรงจากประชาชน และให้หันหลังกลับมาสู่การแต่งตั้งโดยสถาบันพระมหากษัตริย์อีก ในที่สุดเมื่อเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยนำระบบการแต่งตั้งวุฒิสมาชิกกลับมาใหม่

แต่ยังเหนียมอายถึงการกระทำที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จึงใช้คำว่า “สรรหา” ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 โดยฝ่ายเจ้าใช้อำนาจผ่านกลไกของประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง และประธานศาลรัฐธรรมนูญ และกลไกของระบบข้าราชการที่มาในรูปขององค์กรอิสระ

และในเบื้องต้นของรัฐธรรมนูญปี 2550 ก็ลองเชิงแต่งตั้งวุฒิสภาเพียงครึ่งสภาก่อน แต่ที่สะท้อนความต้องการของฝ่ายเจ้าที่อยากจะเห็นระบบการเมืองโดยตัดมือตัด เท้าของฝ่ายประชาชนอย่างชัดแจ้งก็คือ การนำเสนอ “การเมืองใหม่” ของฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าเป็นม็อบของฝ่ายเจ้า(โดยเรียกขานกันเป็น สัญลักษณ์ตามท้องตลาดว่าม็อบเส้นใหญ่) โดยเสนอให้การเลือกตั้งในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นฐานอำนาจที่สำคัญของระบอบ ประชาธิปไตยแบบรัฐสภาให้เป็นแบบ 30:70 คือเลือกตั้ง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่งตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์ และได้กลายเป็นชนวนระเบิดในสังคมไทยในขณะนี้
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: