*ความร่ำรวยของพลเอกสุรยุทธ์ ตัวอย่างธรรมาภิบาลด้านเดียว*

03/02/2010 at 9:56 pm (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
จากหลักฐานหนังสือ “เปิดหน้ากากผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ความจริงวิกฤตการเมือง” สำนักพิมพ์สยามปริทัศน์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ได้ให้ข้อมูลที่เป็นจริงว่าแม้แต่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งองคมนตรี อย่างเช่น พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็มีประวัติมัวหมองว่ามีทรัพย์สินจำนวนมากเกินกว่าราย

ได้ที่เกิดจากการรับ ราชการอันเป็นปกติได้อย่างไร โดยกล่าวว่า“นายกรัฐมนตรีพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อ้างตัวเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริตมาตลอดชีวิต แต่กลับมีสินทรัพย์และเงินสดทั้งหมดทั้งของตัวเองและของภรรยาที่แจ้งต่อ ปปช.รวมถึง 94 ล้านบาท

เฉพาะทรัพย์สินของภรรยาซึ่งเป็นข้าราชการทหารแค่ยศระดับพันเอกกลับมี ทรัพย์สินมากถึง 65,566,363.11 บาท (หกสิบห้าล้านห้าแสนหกหมื่นหกพันสามร้อยหกสิบสามบาทสิบเอ็ดสตางค์) เฉพาะเครื่องประดับของพันเอกหญิงคุณหญิงจิตรวดี จุลานนท์

ซึ่งเป็นภรรยาของนายกรัฐมนตรีนั้น มีเครื่องประดับที่เป็นอัญมณีและมีนาฬิกายี่ห้อดังๆ เป็นมูลค่ารวมถึง 14,157,000 บาท(สิบสี่ล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นเจ็ดพันบาท) และยังมีบ้านพักตากอากาศสวยหรูบนยอดเขายายเที่ยง อำเภอสี่คิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

ซึ่งเป็นการใช้อิทธิพลเมื่อครั้งเป็นแม่ทัพภาคเข้าครอบครองโดยใช้งบประมาณ ทหารทำถนนลาดยางจากตีนเขาถึง ยอดเขารอบบ้านซึ่งเป็นความผิดอย่างชัดแจ้งในอดีตแต่ไม่เคยถูกตรวจสอบเลยจน กระทั่งก้าวเข้าสู่วงจรการเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรีซึ่งหากไม่ก้าวเข้ามาเป็น

นักการเมืองสินทรัพย์ที่ได้มาเมื่อครั้งเป็นทหาร ก็จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ที่กล่าวถึงรูปธรรมกรณีพลเอกสุรยุทธ์ ก็เพื่อแสดงให้เห็นตัวอย่างที่เป็นจริงว่ายังมีผู้นำเหล่าทัพอีกมากมายที่มี อำนาจในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบเต็มบ้านเต็มเมืองภายใต้คำอวดอ้างว่ารัก

ชาติโดยไม่มีระบบตรวจสอบควบคุมเลยซึ่งจากโครงสร้างระบบราชการที่มีอำนาจ เผด็จการทางกฎหมายและวัฒนธรรมของกลุ่มอำมาตยาธิปไตยครอบงำอยู่เช่นนี้ย่อม เป็นการเพาะเชื้อร้ายของระบบคอรัปชั่นให้ขยายใหญ่โตและเข้มแข็ง และยิ่งมีการรัฐประหารเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันระบบราชการ

ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ด้วย การแก้ปัญหายิ่งมืดมน” กล่าวโดยสรุปแล้ว ธรรมาภิบาลที่โฆษณาเรียกร้องกันทั่วเมืองแท้จริงก็คือ การโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายเจ้าที่จะควบคุมการขยายตัวของระบบพรรคการเมือง ด้วยความหวาดกลัวว่าอำนาจทางการเมืองของภาคประชาชนจะเกิดความเข้มแข็งขึ้น จริงในวิถีทางระบอบประชาธิปไตย

ธรรมาภิบาลหรือการบริหารที่โปร่งใสเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง ต้องทำทั้งกระบวนของผู้ที่มีการใช้อำนาจรัฐและมีโอกาสหาผลประโยชน์จากเงิน ภาษีอากรของประชาชนไม่ใช่ทำกับชาวนาชาวไร่ ที่จะเข้ามาสู่กระบวนการทางการเมือง เพียงเพราะเข้ามาเป็นกรรมการสาขาพรรคการเมืองในชนบทอย่างเช่นทุกวันนี้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: