*สร้างระบอบประชาธิปไตยที่บิดเบี้ยว*

05/02/2010 at 3:43 pm (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยได้รับการรับรองจาก ราชสำนัก ทำให้ระบบพรรคการเมือง และการปกครองแบบประชาธิปไตยอ่อนแอลง แต่แม้กระนั้นก็ไม่อาจจะปิดกั้นอำนาจของประชาชนได้ เพราะการเติบใหญ่ของพลังมวลชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยนั้น

เป็นพลังทาง ประวัติศาสตร์ที่เจตนาแห่งปัจเจกชนไม่อาจจะขัดขวางได้ พลังแห่ง ประชาธิปไตยจึงไม่ต่างอะไรจากทารกหัวดื้อที่แม้แม่ใจร้ายที่ไม่อยากจะมีลูก พยายามกินยาขับให้แท้ง แต่ในที่สุดก็คลอดออกจนได้ฉันใดก็ฉันนั้น ดังนั้นในรอบ 60 กว่าปีของการครองราชย์ก็ไม่อาจจะคุมกำเนิดพลังประชาธิปไตยได้

ราชสำนักทำได้เพียงทำให้ประชาธิปไตยแคระแกรน ไม่อาจจะเติบใหญ่เข้มแข็งได้ แต่ผลร้ายก็ตกแก่ประชาชนโดยรวมเพราะพลังแห่งระบอบประชาธิปไตยจอมปลอมเช่นของ ไทยทุกวันนี้ไม่สามารถจะสร้างความอุดมสมบูรณ์พูลสุข และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนได้

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เขามีระบอบประชาธิปไตยเข้มแข็ง นับวันที่ ประชาธิปไตยได้ถูกปิดกั้น ขาดสารอาหารจนแคระ แกร็น และแม้เด็กหัวดื้อคนนี้จะเกิดเข้มแข็งขึ้นมาได้ก็ไม่เว้นยังต้องถูกหักแข็ง หักขาให้พิการอีกจนได้ ดังเช่นกรณีการรัฐประหารล้มรัฐบาลทักษิณที่มีความเข้มแข็ง

และมีศรัทธาจากประชาชนสนับสนุน, สภาพต่างๆ เช่นนี้นับวันยิ่งประจานตัวเองให้เห็นว่าประเทศไทยมีรูปร่างเป็นเด็กพิการอม โรคที่น่าเกลียด และแปลกประหลาดมากยิ่งขึ้นในสายตาของชาวโลก
ในการรัฐ ประหารครั้งหนึ่งๆ อำนาจของทหารที่ได้ร่วมมือกับระบอบราชการ

ได้สร้างกรอบล้อมระบอบราชการให้ เข้มแข็งยิ่งขึ้น และลดอำนาจของฝ่ายการเมืองลงจนกระทั่งไม่อาจจะควบคุมบริหารข้าราชการได้ ทำให้ระบอบราชการหรือที่นิยมเรียกกันว่า “ระบอบ อำมาตยาธิปไตย” ขึ้นครอบงำอำนาจของรัฐบาลที่มาจากประชาชนเกือบจะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน

จากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ได้แสดงให้เห็นชัดว่าเป็นมรดกตกทอดของระบอบอำมาตยาธิปไตยที่พัฒนาต่อยอดจน กลายเป็นระบอบ อำมาตยาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบและแนบเนียน กล่าวคือรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้วางโครงสร้างให้ศาลทั้ง 3 สถาบัน คือ ศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด และศาลรัฐธรรมนูญ

เป็นผู้คุมอำนาจของรัฐบาลทั้งหมดโดยประธานศาลทั้ง 3 สถาบัน เป็นผู้ตั้งองค์กรอิสระที่มาจากข้าราชการอาวุโส ที่ต้องเป็นข้าราชการอาวุโสเพราะ(แก่เกินแกงความคิดเป็นอำมาตย์สมบูรณ์แบบ ไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว) อีก 4 องค์กร และหลังจากนั้นตัวแทนศาลทั้ง 3 สถาบัน กับ ตัวแทนองค์กรอิสระทั้ง 4 องค์กร

ก็ร่วมกันเลือกสมาชิกวุฒิสภา 74 คน เพื่อมาคุมรัฐบาลโดยมีอำนาจเสมอเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยิ่งกว่านั้นก็ให้อำนาจพิเศษแก่องค์กรอิสระเช่น กกต. ,ปปช. ที่ทำหน้าที่เหมือนพนักงานสอบสวนคอยตรวจสอบจับกุมนักการเมืองทุกคนขึ้นฟ้อง

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาการเมือง ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง หรือนัยหนึ่งก็คือเปลี่ยนอำนาจของรัฐบาลที่ประชาชนตัดสินมาแล้ว ตามชอบใจของศาลซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมจากราชสำนัก โดยผ่านมือที่มองไม่เห็นของเครือข่ายราชสำนัก และก็ได้ปฏิบัติการเป็นผลจริงแล้ว

เช่น การตัดสินให้นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ออกจากตำแหน่ง ด้วยเพราะทำกับข้าวโชว์ทางโทรทัศน์ และตัดสินล้มรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยการยุบพรรคอย่างฉุกละหุก และมีพิรุธ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ก่อนที่นายสมชาย นายกรัฐมนตรี

และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียง 2 ชั่วโมง ในงานสวนสนามกองทหารรักษาพระองค์ไม่เพียงแต่โครงสร้างของรัฐธรรมนูญที่ราชสำนักเข้ามาควบคุมอำนาจรัฐโดยผ่าน อำนาจศาลทั้ง 3 สถาบัน ดังกล่าวข้างต้นเท่านั้น

โดยเนื้อแท้ของรัฐธรรมนูญแล้วยังบรรจุแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไว้ในแนวนโยบาย แห่งรัฐ ทำให้พรรคการเมืองทุกพรรคไม่มีอิสระที่จะเสนอนโยบายต่อประชาชนเพื่อให้ ประชาชนเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ อีกทั้งยังสกัดกั้นอำนาจของฝ่ายการเมืองให้เกิดความยุ่งยากในการบริหาร

ไม่สามารถจะตัดสินการแก้ปัญหาของประชาชนอย่างฉับไวได้ เช่น การจะไปตกลงการค้าหรือสัญญาใดๆ กับต่างประเทศต้องนำมาขอความเห็นชอบต่อรัฐสภา ที่มีราชสำนักวางโครงสร้างควบคุมอย่างแน่นหนาไว้แล้วอีกด้วยจากโครงสร้างที่ปิดกั้นอำนาจของรัฐบาลที่มาจากประชาชนเช่นนี้

ได้ทำให้ระบอบ ประชาธิปไตยบิดเบี้ยว ทำให้ทุกฝ่ายในรัฐสภา ทั้งระหว่างสมาชิกสภาด้วยกันเอง และระหว่างสมาชิกสภากับประชาชน เกิดความขัดแย้งกันไม่มีที่สิ้นสุด โดยเปิดช่องให้ฟ้องร้องกันยังโรงศาลเพื่อช่วงชิงอำนาจทางการเมืองกันโดยศาล เป็นผู้ตัดสิน

ดังนั้นนักการเมืองในสภาแทนที่จะมุ่งสร้างผลประโยชน์ให้ประชาชน เพื่อขอคะแนนความเห็นชอบจากประชาชนก็กลายมาเป็นใช้วิธีแย่งชิงอำนาจกันด้วย การฟ้องร้องโดยหาข้อผิดพลาดทางกฎหมายเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นดำเนินคดีต่อกันระบอบการเมืองของไทยปัจจุบันจึงกลายเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบค้าความ

ซึ่งหากนำไปใช้ในสหรัฐอเมริกาวันนี้ก็น่าเชื่อได้ว่า แม้ประธานาธิบดีโอบามาจะได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนแล้ว ก็คงจะยังไม่อาจจะเข้าบริหารราชการได้ เพราะ กกต.ยังไม่รับรองหรือแม้ว่ารับรองแล้ว แต่ ปปช.กำลังสอบสวนเรื่องที่ฝ่ายพ่ายแพ้ร้องเรียนอยู่

หรืออาจจะต้องใจหายใจค่ำไม่แน่นอนว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะหลุดจากตำแหน่งหรือ ไม่ เพราะมีนาย ก. นาย ข.ไปยื่นฟ้องคดีในข้อหาต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ศาลอยู่ และศาลกำลังจะพิจารณาตัดสิน หากตัดสินจำคุกก็จะต้องหลุดจากตำแหน่งทันทีระบอบประชาธิปไตยของไทยได้ถูกถอดกระดูก เขี้ยวเล็บ จนกลายเป็นมนุษย์พิการไปเสียแล้ว
Read More

Advertisements

1 ความเห็น

  1. Mr WordPress said,

    Hi, this is a comment.
    To delete a comment, just log in, and view the posts’ comments, there you will have the option to edit or delete them.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: