*ข้าราชการมุ่งสู่ราชสำนัก ปฏิเสธอำนาจประชาชน*

08/02/2010 at 6:32 am (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
จากสภาวะความเป็นจริงที่โครงสร้างอำนาจรัฐ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม รวมศูนย์อยู่ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งมีระเบียบราชการให้ข้าราชการชั้นสูงตั้งแต่ระดับ 10 ขึ้นไป รวมตลอดทั้งตำแหน่งผู้บริหาร และในสถาบันการศึกษาของรัฐ คณบดี อธิการบดี และกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมด

จะต้องได้รับการโปรดเกล้าจากพระมหากษัตริย์ก่อนจึงจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ และวัฒนธรรมโปรดเกล้ามหากรุณาธิคุณนี้ได้ขยายครอบคลุมไปทุกกระบวนการของ พิธีกรรมในระดับรากหญ้า เช่น การพระราชทานเพลิงศพได้ขยายลงไปถึงครอบครัวกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อ.บ.ต.แล้ว

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้จึงทำให้ถนนทุกสายมุ่งสู่ราชสำนักทั้งสิ้น ดังนั้นในระบบงานราชการปัจจุบันจึงเกิดกระบวนการวิ่งเต้นของข้าราชการ ทุกระดับชั้นที่ต่างก็ต้องการที่จะเข้าไปรับใช้ใกล้ชิดเจ้านายเชื้อพระวงศ์ ทุกพระองค์ ทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และหากใครได้รับการโปรดปราน

โดยได้รับยศศักดิ์ เครื่องราชชั้นสูงเป็นกรณีพิเศษ หรือเป็นพระสหายโดยเฉพาะข้าราชการสตรี หากได้รับการโปรดเกล้าเป็นคุณหญิง ท่านผู้หญิงแล้วก็จะกลายเป็นคนมีปลอกคอที่รัฐมนตรีไม่มีใครกล้าแตะต้อง แม้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้นจะไม่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล

ก็ไม่มีรัฐมนตรีคนใดอยากจะไปยุ่งเกี่ยวด้วย ดังนั้นการบริหารประเทศชาติตามแนวนโยบายของพรรคการเมืองที่เสนอต่อประชาชน ซึ่งจำเป็นจะต้องมาผลักดันผ่านโครงสร้างของระบบราชการ จึงเป็นเรื่องหลอกลวงประชาชนตั้งแต่วันแรกที่โฆษณาหาเสียงต่อประชาชน

แต่หากผู้นำพรรคการเมืองใดต้องการจะสร้างผลงานให้เข้าตาประชาชนตามนโยบายที่ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ก็จะต้องมีความกล้าหาญและกล้าเสี่ยงต่อการฝ่าแนวกีดขวางของกลุ่มข้าราชการ “เส้นใหญ่” เหล่านี้ ซึ่งมีเครือข่ายเข้มแข็งคอยเพ็ททูลใส่ร้าย กันอย่างเป็นระบบจนเกิดความเข้าใจผิดต่อตัวนายกรัฐมนตรี

และนำมาซึ่งการพังทลายของหลายรัฐบาลที่ผ่านมา และล่าสุดก็คือกรณีของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีของไทยจึงน่าสงสารมากเพราะกว่าจะมาเป็นนายกฯ ได้ก็ยากแค้นแสนเข็ญ ต้องเอาใจประชาชนคนลงคะแนนทั้งบ้านทั้งเมือง แต่เมื่อมาเป็นนายกฯ

แล้วก็ยังมีตำแหน่งเล็กกว่าข้าราชบริพารในราชสำนักเสียอีก โดยเฉพาะพวกราชเลขาและรองราชเลขาทั้งหลายโครงสร้างการบริหารรัฐของประเทศไทยที่ผ่านมาต้องตกอยู่ในฐานะเดียวกันที่ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคนที่ได้รับมอบอำนาจมาจากประชาชนต้องคอยเอาอกเอาใจนางสนองพระ

โอฐทั้งหลายที่จะมีคำขอร้องเชิงบังคับมายังตัวรัฐมนตรีไม่ได้หยุดหย่อน และไม่สามารถที่จะสั่งการตามนโยบายต่อข้าราชการในสายงานของตนแต่เป็นผู้ใกล้ ชิดราชสำนักได้ สภาพโครงสร้างอำนาจรัฐเช่นนี้จึงสร้างอำนาจที่ซ้อนอำนาจ และเกิดความซับซ้อนในการบริหารจัดการที่ผู้มีอำนาจรัฐตัวจริงคือสถาบันพระ มหากษัตริย์

แต่ก็ไม่ลงมือสั่งการบริหารจัดการโดยตรง ส่วนรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่บริหารรัฐโดยตรงแต่กลับไม่มีอำนาจจริงซึ่ง เป็นไปตามข้อสรุปว่าผู้บริหารไม่มีอำนาจ แต่ผู้มีอำนาจไม่บริหารเมื่อรัฐไทยต้องตกอยู่ในสภาวะที่ซับซ้อนที่รัฐบาลในฐานะผู้บริหารตัวจริงแต่ ไม่มีอำนาจ และความมั่นคงของรัฐบาลมิได้อยู่ที่ระบบรัฐสภา หากแต่อยู่ที่ความพึงพอใจของข้าราชบริพารผู้รับใช้ใกล้ชิดราชสำนัก แน่นอนที่สุดผลร้ายย่อมจะตกแก่ราษฎรอย่างแน่นอน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: