*บริหารอำนาจผ่านผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ*

10/02/2010 at 11:30 am (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
กษณะพิเศษของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชใหม่ก็คือการบริหารอำนาจผ่านตัวแทนเชิง สัญลักษณ์ที่เป็นบุคคลที่มีฐานะหรือฐานันดรทางสังคม เพื่อผลักดันกลไกทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ให้ตอบสนองอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์

โดยไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นการใช้อำนาจโดยตรงขององค์พระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ เพื่อให้สังคมได้หลงเชื่ออย่างจริงจังตามปรัชญาทางการเมืองว่า “พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง” บุคคลที่ถูกถ่ายทอดอำนาจเชิงสัญลักษณ์นี้มีมานานแล้ว

แต่ไม่เคยมีใครบัญญัติศัพท์เรียกขานได้ชัดเจนเท่ากับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้บัญญัติขึ้น คือคำว่า “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ”พ.ต.ท.ทักษิณได้ใช้คำว่าผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญแทนการกล่าวถึงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเมือง ปี 2548-2549

ด้วยเพราะในขณะนั้นพล.อ.เปรม มีบารมีล้นฟ้า การเอ่ยอ้างชื่อตรงๆ ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะทำได้ ทั้งๆ ที่พล.อ.เปรมได้เข้ามาแทรกแซงการบริหารราชการแผ่นดินอันเป็นการกระทำที่ไม่ ชอบด้วยกฎหมายในฐานะประธานองคมนตรี ด้วยเหตุนี้จึงได้ประดิษฐ์ใช้คำแทนความหมายถึงตัว พล.อ.เปรมว่า

“ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” แต่แท้จริงแล้วผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญมีมาช้านานแล้ว และที่เด่นชัดในปี 2516 ก็คือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช โดยสังคมถูกทำให้เชื่อว่าเป็นผู้ใกล้ชิดพระมหากษัตริย์ภูมิพล โดยการแสดงออกของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ทางข้อเขียน

บทความและการกล่าวปราศรัยในที่สาธารณะที่จะอ้างอิงถึงความใกล้ชิด ความจงรักภักดีอยู่เสมอ รวมตลอดทั้งพระมหากษัตริย์เองก็ทรงแสดงความห่วงใยในตัวม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ในโอกาสต่างๆ เช่น พระราชทานแจกันดอกไม้เยี่ยมไข้ เมื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ป่วย

และบางโอกาสก็ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมด้วยพระองค์เอง ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นในทางสาธารณะของคึกฤทธิ์ก็ถูกตีความว่าเป็นพระราช ประสงค์ของพระองค์ที่ต้องการจะถ่ายทอดถึงพสกนิกรแต่หากจะได้ศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองของไทยในช่วง ห้าทศวรรษตั้งแต่ปี 2500

เป็นต้นมาจะเห็นได้ว่าผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญนั้นมิใช่มีเพียงคนเดียว หากแต่ได้ถูกสร้างขึ้นหลายคนใน แต่ละช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ โดยคำพูดของบุคคลที่สังคมเชื่อว่าเป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญเหล่านั้นจะ ถูกตีความจากสังคมว่าเป็นการพูดแทนพระมหากษัตริย์

หรือเป็นคำพูดที่แสดงถึงความต้องการทางการเมืองของพระองค์, ฐานะของผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญจึงคล้ายกับศาสดาพยากรณ์ในศาสนายูดา หรือศาสนายิว ที่เป็นผู้ถ่ายทอดความประสงค์ของพระยะโฮวา ซึ่งเป็นพระเจ้าผู้อยู่บนสรวงสวรรค์ซึ่งจะไม่ลงมาเกลือกกลั้วกับมนุษย์บน แผ่นดินนี้,

ดังนั้นฐานะของพระมหากษัตริย์ในระบอบการเมืองไทยจึงมีฐานะเทียบได้กับพระ เจ้า อีกทั้งวัฒนธรรมทางภาษาของไทยก็สอดคล้องกับระบบศาสนาพราหมณ์ ซึ่งเป็นศาสนาเทวะนิยม กล่าวคือคนไทยจะเรียกกษัตริย์โดยต้องมีคำว่าพระเจ้านำหน้าอยู่เสมอ เช่น พระเจ้าอยู่หัว

“ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากพระเจ้าบนฟากฟ้านั่นเอง และเมื่อใครได้ถูกคัดเลือกให้เป็นผู้รับมอบอำนาจเชิงสัญลักษณ์จากกษัตริย์ หรือผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญแล้ว สังคมก็จะให้ความเชื่อถือต่อผู้นั้นในฐานะผู้มีเกียรติ์สูงยิ่งขึ้นไปจาก เดิมที่ตนเคยมี ด้วยเหตุนี้เองในช่วงห้าทศวรรษที่ผ่านมา

จึงเกิดความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นที่จะเป็น “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” หรือ นัยหนึ่งก็เหมือนอยากเป็นศาสดาพยากรณ์ เพื่อจะเป็นผู้แสดงความประสงค์ของพระเจ้าซึ่งบุคคลที่อยากจะเป็นผู้มีบารมี นอกรัฐธรรมนูญเหล่านั้นจะมีทั้งผู้ที่เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นทหาร ตำรวจ และสามัญชน

รวมทั้งพระสงฆ์ด้วย เราจะสังเกตได้ว่าในหมู่บุคคลเหล่านี้พยายามจะสร้างกิจกรรมเพื่อเชิดชู เกียรติ์ของพระองค์ เช่น เป็นกรรมการมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช, หรือเป็นกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา, หรือจัดกิจกรรมแข่งรถเฉลิมพระเกียรติ์ หาเงินเพื่อถวายเงินเป็นส่วนพระองค์บ้าง

เป็นพระราชกุศลบ้าง เป็นต้น และหลายคนที่เฝ้าถวายงานก็จะถูกเลือกสรร และกำหนดบทบาททางสังคมให้เข้ามาอยู่ใกล้ชิด และหากมีความเหมาะสมมีความสามารถในระดับสูงก็จะพัฒนาไปเป็นผู้มีบารมีนอกรัฐ ธรรมนูญ และในแต่ละยุคสมัย แต่ละสถานการณ์ทางการเมือง

ตัวละครทางการเมืองที่เรียกว่า “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” ก็จะถูกสร้างให้แตกต่างกันไป ซึ่งผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญนี้จะมีอำนาจทำการผิดกฎหมาย หรือท้าทายอำนาจการบริหารของรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลเผด็จการก็ได้หากมีความจำเป็นเพื่อตอบสนอง

กับเป้าหมายทางการเมืองของราชสำนัก เช่น การกำจัดบุคคลทางการเมืองที่ราชสำนักคิดว่าจะเป็นอันตรายหรือกระทบกระเทือน ต่ออำนาจของราชสำนัก แม้ว่าบุคคลผู้นั้นจะเคยอยู่ในฐานะผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญมาก่อนก็ตาม

หากมีพฤติกรรมทางการเมืองที่น่าสงสัย ไม่สอดรับกับอำนาจของราชสำนักก็จะมีอันเป็นไปอย่างไม่มีข้อยกเว้น เช่น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือแม้แต่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เมื่ออยู่ในฐานะที่พระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงโปรดก็ต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ทาง การเมืองไปเช่นกัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: