*รูปธรรมการกำจัดอำนาจรัฐบาลพลเอกเปรม*

16/02/2010 at 1:29 pm (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นอีกประจักษ์พยานหนึ่งว่า แม้จะมีความใกล้ชิดราชสำนักอย่างไรก็ตาม หากนายกฯ ผู้นั้นมีความมั่นคงในอำนาจของรัฐบาล และได้รับความนิยมชมชอบจากประชาชนมาก ก็จะต้องมีอันเป็นไปด้วยข่าวลือที่ไม่เป็นมงคลว่า

“เป็นผู้ไม่จงรักภักดี” ด้วยผลงานแห่ง “เครือข่ายราชสำนัก” ทุกครั้งไปในช่วงแรกของรัฐบาลพลเอกเปรม ได้แสดงบทบาทที่ราชสำนักชื่นชมคือการดับไฟสงครามคอมมิวนิสต์ที่เป็นอันตราย กับวังด้วยนโยบายปราบปรามคอมมิวนิสต์ตามแนวคิดใหม่ได้ประสบผลสำเร็จ

โดยมีนายทหารคู่ใจคือ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นแกนนำ คือใช้นโยบาย “การเมืองนำการทหาร” หรือที่เรียกสั้นๆ ว่านโยบาย 66/23แต่หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้ว น่าจะเป็นความโชคดีของพลเอกเปรมมากกว่าความมีฝีมือในการปราบพรรคคอมมิวนิสต์

แห่งประเทศไทยได้สำเร็จตามนโยบาย 66/23 เพราะขณะนั้นเกิดความแตกแยกภายในโลกคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง โดยพลเอกเปรมได้ฉวยโอกาสเปิดให้ชาวพรรคคอมมิวนิสต์ไทยในป่าที่อ่อนล้าทาง อุดมการณ์เข้ามอบตัวในฐานะ “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย”

แต่นโยบายต่อคอมมิวนิสต์ต่างประเทศ รัฐบาลพลเอกเปรมยังแข็งกร้าวจากพื้นฐานความเชื่อเดิมว่าเวียตนามคือศัตรู สำคัญ ที่จะรุกรานไทยตามทฤษฎีโดมิโนของสหรัฐอเมริกาที่ว่า เมื่อไทยเป็นคอมมิวนิสต์ทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยในเอเชียตะวันออกเฉียง

ใต้จะเปลี่ยนแปลงเป็นคอมมิวนิสต์หมด ด้วยเหตุนี้รัฐบาลพลเอกเปรมจึงกลับหลังหัน ต่างจากรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ โดยสิ้นเชิง โดยรับใช้แนวคิดของราชสำนักอย่างเต็มที่ กล่าวคือเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนแตกกับพรรคคอมมิวนิสต์เวียตนามซึ่งมีความ

ใกล้ชิดกับคอมมิวนิสต์รัสเซียและกองทัพเวียตนามได้บุกเข้าไปล้มรัฐบาล คอมมิวนิสต์ในกัมพูชา ซึ่งมีความใกล้ชิดกับจีนเมื่อ มกราคม 2522 ทำให้จีนไม่พอใจ จีนจึงทำสงครามสั่งสอนเวียตนรามโดยยกกำลังทหารบุกข้ามพรมแดนเวียตนามตอน

เหนือเข้ามาทำลายฐานกำลังเวียตนามเหนือสมใจ แล้วก็ยกกำลังกลับซึ่งทำความเสียหายให้แก่เวียตนามมากซึ่งก็เป็นที่พอใจของ ไทยด้วยเกรงว่ากองทัพเวียตนามจะรุกคืบเข้าสู่ประเทศไทย ดังนั้นนโยบายต่างประเทศของไทยจึงจับมือทอดสะพานกับฝ่ายจีนที่หันมากระชับ

ความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา โดยเปิดทางให้จีนขนอาวุธเข้ามาไทยเพื่อสนับสนุน เขมรแดง ภายใต้การนำของพอลพตที่ทำสงครามต่อต้าน เวียตนาม มีฐานที่มั่นอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทยกับกัมพูชาเพื่อกันกองกำลังเวียตนาม ที่เชื่อว่าจะบุกเข้ามาประเทศไทยในขณะนั้น

เป็นผลให้ประเทศไทยกับเวียตนามเผชิญหน้าเป็นศัตรูกับ เมื่อพลเอกเปรมบริหารประเทศไปได้สักระยะหนึ่งก็เกิดข้อจำกัดอันเป็นปกติของ รัฐบาลในประเทศด้อยพัฒนาคือเกิดวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตภายในกลุ่มทหารโดย เฉพาะทหารยังเตอร์กที่เป็นฐานกำลังให้แก่พลเอกเปรม

แต่เกิดความไม่พอใจในการแบ่งผลประโยชน์ โดยมีพอ.มนูญ รูปขจร, พอ.ประจักษ์ สว่างจิต และพอ.พัลลภ ปิ่นมณี เป็นแกนนำทำให้กลุ่มยังเตอร์กแตกเป็นสองฝ่าย, ฝ่ายหนึ่งมีพอ.พัลลภ ปิ่นมณี, พอ.มนูญ รูปขจร และพอ.ประจักษ์ สว่างจิต เป็นแกนนำ

และอีกฝ่ายหนึ่งยังสวามิภักดิ์กับพลเอกเปรมอยู่ โดยมีพล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นแกนนำแต่เป็นกลุ่มข้างน้อย จึงเกิดการรัฐประหารโดยทหารยังเติร์กลูกป๋าหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ ถึงขนาดเกิดการลอบสังหารพลเอกเปรมที่ลพบุรี และมีเหตุการณ์เตรียมการลอบปลงพระชนม์สมเด็จพระนางเจ้าฯ

โดยเป็นคดีออกหมายจับพอ.มนูญ รูปขจร ในขณะนั้นด้วย วิกฤตเศรษฐกิจที่กระหน่ำรัฐบาลพลเอกเปรมอย่างรุนแรงที่สุด คือวิกฤตค่าเงินบาท ที่ทำให้รัฐบาลพลเอกเปรมต้องประกาศลดค่าเงินบาทจาก 23บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์ มาเป็น 27 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์ เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2527

และเปลี่ยนระบบค่าเงินจากเดิมไทยใช้ระบบอิงค่าเงินดอลล่าร์เป็นหลัก มาเป็นระบบตะกร้าเงิน โดยอิงเงินจากหลายสกุล แต่แม้รัฐบาลพลเอกเปรมจะพบกับมรสุมอย่างไร แม้ในสภาก็ปั่นป่วน ถูกฝ่ายค้านฝีปากกล้าอย่างนายสมัคร สุนทรเวช และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

โจมตีอย่างหนักพลเอกเปรมก็ยังประคับประคองตัวอยู่รอดปลอดภัยเพราะพลเอกเปรม รับใช้ใกล้ชิดราชสำนักในระหว่างนั้นก็เกิดคลื่นลมในสภา มีการยุบสภาหลายครั้งแต่รัฐบาลพลเอกเปรมก็ประคองตัวไปได้ ทำให้บารมีของนายกฯ พลเอกเปรม

ขยายตัวไปทั่วทั้งแผ่นดินจนดูเหมือนว่าจะเป็นนายกฯ ตลอดกาล เพราะไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็จะมีผู้คนออกมาต้อนรับแห่แหนแน่นไปหมดพร้อม กับชูป้ายข้อความที่สร้างความพอใจให้แก่พลเอกเปรม แต่อาจจะกระเทือนใจราชสำนักว่า “น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก นายกเป็นของเปรม”

การโฆษณาความโดดเด่นในภาพลักษณ์ของพลเอกเปรมทั้งหมดนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็น ฝีมือของปลัดกระทรวงมหาดไทยคู่ใจคือ นายพิศาล มูลศาสตร์สาธร และสุดท้ายเหตุการณ์ที่กระทบจุดอ่อนของราชสำนักก็เกิดขึ้น คือที่ภาคอีสานมีประเพณีว่าเมื่อผู้มีอำนาจวาสนาไปตรวจเยี่ยม ชาวบ้านถือว่า

“ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง” จะนำความเจริญมาสู่ท้องถิ่นตน ทุกคนก็จะเอาผ้าขาวม้ามาผูกมัดสะเอวเป็นการต้อนรับ แต่กรณีของพลเอกเปรมนั้นใครๆ ก็เอาผ้าขาวม้ามามัดจนล้นถึงคอแล้ว ในที่สุดก็มีชาวบ้านเอาผ้ามาปูให้พลเอกเปรมเหยียบเพื่อนำไปกราบบูชา

คล้ายกับที่ประชาชนกระทำต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยภาพที่จี้จุดอ่อนของราชสำนักนี้ได้เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงปลายสมัยของ รัฐบาลพลเอกเปรม อีกทั้งรัฐบาลก็สืบทอดอำนาจติดต่อกันมายาวนานถึง 8 ปี ความวิตกกังวลว่าพลเอกเปรมจะกลายเป็นขุนศึกผู้มากบารมี

และเป็นอันตรายกับราชสำนักก็เกิดขึ้น ดังนั้นจากการครองอำนาจยาวนานและรูปธรรมการเหยียบผ้าขาวม้าเอาไว้ให้ประชาชน นำไปบูชานี้เอง “เครือข่ายราชสำนัก” ก็เริ่มทำงาน ข่าวลือเริ่มเกิดขึ้นจากปากต่อปากขยายตัวไปทั้งสังคมว่าการกระทำของพลเอก เปรมไม่เหมาะสม

โดยมีข้อความติดปากทำลายพลเอกเปรมว่า“พลเอกเปรมกำลังเทียบบารมีในหลวง”ตั้งแต่นั้นยุคเสื่อมของพลเอกเปรมก็มาถึง กระแสความเบื่อหน่ายพลเอกเปรมระบาดทั่วไปโดยเฉพาะในกรุงเทพ จะมีกระแสสูงเพราะใกล้ชิดข่าวสารมากที่สุด สื่อมวลชนต่างๆ

ก็ทำหน้าที่ของตนเสมือนเป็นเครือข่ายราชสำนักชั้นดี การเลือกตั้งครั้งสุดท้ายในปี 2531 พรรคมวลชนที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หาเสียงเลือกตั้งโดยง่ายว่า“ใครต้องการให้เปรมเป็นนายกฯ ให้เลือกประชาธิปัตย์ ใครไม่ต้องการให้เปรมเป็นนายกฯ ให้เลือกพรรคมวลชน”

เพียงแค่คำขวัญง่ายๆ ของพรรคมวลชนที่เป็นปฏิปักษ์กับพลเอกเปรมมาแต่ต้น ก็ได้รับความไว้วางใจจากคนกรุงเทพโดยเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคมวลชนเข้าไปในสภาเกินคาดในกรุงเทพมหานครดูเหมือนพลเอกเปรมจะรู้สัญญาณความไม่พอใจของราชสำนัก

เพราะหลังการเลือกตั้งแล้ว แม้เสียงสนับสนุนของพลเอกเปรม จากพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายพิชัย รัตตกุล พรรคชาติไทย ภายใต้การนำของพลเอกชาติชาย ชุณหวัณ และพรรคกิจสังคม ภายใต้การนำของพลอากาศเอกสิทธิ์ เศวตศิลา

รวมกันแล้วยังเป็นเสียงข้างมากสนับสนุนพลเอกเปรมให้เป็นนายกฯ ต่อไป แต่พลเอกเปรมก็ตัดสินใจประกาศไม่รับตำแหน่งในวันที่ 27 กรกฎาคม 2531 และผ่องถ่ายให้พลเอกชาติชาย ชุณหวัน ขึ้นเป็นนายกคนที่ 17 ต่อไป

การลงจากเวทีนายกฯ ของพลเอกเปรม ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากวังทันที พลเอกเปรมต้องรออีกระยะเวลาหนึ่งเสมือนรอตรวจสอบความจงรักภักดี แล้วก็ได้รับโปรดเกล้าให้เป็นองคมนตรีต่อมา

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: