*บริหารตามนโยบาย ยิ่งจริงจังยิ่งสร้างศัตรู*

21/02/2010 at 6:04 am (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
ไม่มีนโยบายของรัฐบาลใดในโลกที่ได้รับความพอใจจากประชาชนทุกคน การปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลย่อมทำให้คนกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์ และคนอีกกลุ่มหนึ่งเสียประโยชน์ กลุ่มที่ได้ประโยชน์ก็พอใจ กลุ่มที่เสียประโยชน์ก็ไม่พอใจ

ตัวอย่างเช่น นโยบายนำหวยใต้ดินขึ้นบนดิน แล้วนำเงินมาสนับสนุนการศึกษา ประชาชนย่อมพอใจ แต่เจ้ามือหวยใต้ดินย่อมไม่พอใจ หรือนโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังก็ย่อมทำให้เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ไม่พอใจ เป็นต้น ปัญหาจึงอยู่ที่คนเป็นนายกฯ

ต้องกล้าตัดสินใจ และยึดถือประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นสำคัญ ดังนั้นถ้านายกฯ กลัวจะกระทบตัวเองโดยมีศัตรูเกลียดชัง ก็จะทำอะไรไม่ได้เลย ด้วยเหตุนี้เอง ยิ่งรัฐบาลทักษิณปฏิบัติตามนโยบายที่ให้ไว้ต่อประชาชนอย่างจริงจัง รัฐบาลทักษิณก็ยิ่งก่อศัตรูมากขึ้น

ในต่างประเทศสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่อง ธรรมดา แต่สำหรับประเทศไทยไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะจะมีอำนาจนอกระบบที่เข้มแข็งคอยช่วงชิงอำนาจโดยจะกระพือข่าวใส่ร้าย เพื่อไม่ให้รัฐบาลนั้นได้รับความพึงพอใจจากประชาชน และเมื่อเห็นว่ารัฐบาลนั้นมีแนวโน้มจะได้รับความนิยมสูงสุดจากประชาชนก็จะ

เป็นที่จับตามองของราชสำนัก และเมื่อถึงจุดที่เห็นว่าจะกระทบต่ออำนาจเบื้องบนแล้ว เครือข่ายราชสำนักก็จะทำหน้าที่รวมศูนย์ทำลาย โดยโจมตีใส่ร้ายบิดเบือนข้อเท็จจริง รวมถึงการใช้อำนาจโค่นล้มรัฐบาล ซึ่งในอดีตหลายรัฐบาลก็โดนกระทำมาเช่นนี้

แต่รัฐบาลทักษิณโดนอย่างหนักหน่วงที่สุด เพราะเป็นรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลแรก นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นต้นมา ที่มีความเข้มแข็งที่สุด สามารถจัดตั้งรัฐบาลด้วยพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว และเป็นรัฐบาลแรกที่สามารถแก้ปัญหาได้โดนใจประชาชนที่สุด

ตลอดระยะเวลา ยาวนานของระบอบประชาธิปไตยที่ล้มลุกคลุกคลาน ทำให้ระบบพรรคการเมืองไม่สามารถจะทำงานบริการประชาชนอย่างต่อเนื่องได้ ผู้นำรัฐบาลทุกคนที่ได้สัญญากับประชาชนก่อนการเลือกตั้งว่ามีนโยบายที่จะ สร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างนั้นอย่างนี้

ก็มักจะทำไม่ได้ด้วยเพราะเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคบ้าง เป็นรัฐบาลอายุสั้นบ้าง หรือนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงนักการเมืองผู้ฉวยโอกาส พูดเก่งแต่ทำงานไม่เป็น จึงไม่สามารถควบคุม และขับเคลื่อนระบบข้าราชการที่มีกฎระเบียบซับซ้อน และเปิดช่องให้ข้าราชการเฉื่อยงานได้

ระบบข้าราชการจึงเหมือนม้าดื้อที่ยากแก่การบังคับ ยิ่งราชสำนักพยายามสร้างเกราะคุ้มกันไว้หลายชั้น ในที่สุดอำนาจของรัฐบาลไม่อาจขับเคลื่อนระบบข้าราชการให้ดำเนินการตามนโยบาย ที่มีประสิทธิภาพในเวลาที่จำกัดได้ ประชาชนจึงเสื่อมศรัทธา

ไม่เชื่อถือต่อนักการเมืองจนกล่าวกันติดปากว่า “พวกนักการเมืองดีแต่พูด” และสุดท้ายความเบื่อหน่ายที่สะสมเช่นนี้จึงกลายเป็นฐานแห่งการก่อกำเนิดการ ซื้อเสียง เพราะประชาชนไม่อาจจะได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากสัญญาของพรรคการเมือง จึงเรียกรับเอาผลประโยชน์เฉพาะหน้า

แต่รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากที่มีความเข้มแข็งอันเป็นผลจากรัฐธรรมนูญปี 2540 ประกอบกับตัวนายกฯ ทักษิณ เป็นนักบริหารที่มีความสามารถ กล้าเสี่ยง กล้าตัดสินใจ และกล้าที่จะบังคับบัญชาข้าราชการที่เป็นเสมือนม้าดื้อให้ปฏิบัติตามนโยบาย

ประชาชนจึงได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลทักษิณอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นครั้งแรก ดังนั้นจึงก่อให้เกิดความขัดแย้งกับข้าราชการที่ต้องเหน็ดเหนื่อยจากการทำ งานหนัก ซึ่งวัฒนธรรมข้าราชการนั้นเป็นวัฒนธรรมของขุนนางเจ้านายประชาชนที่ “กินข้าวร้อน นอนตื่นสาย”

อีกทั้งนโยบายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ก็ยิ่งก่อศัตรูมากขึ้น เช่น-นโยบายทำสงครามปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง ก็ทำให้เครือข่ายยาเสพติดที่มีตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ถึงเมืองหลวง มีตั้งแต่ชาวบ้านธรรมดาจนถึงคนที่มีสี ที่มีทั้งตำรวจ ทหาร และข้าราชการ เสียผลประโยชน์จากนโยบายนี้ ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ในสังคมที่มีระบบการจัดตั้ง ซ้อนอยู่ในระบบของรัฐที่ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลทักษิณอย่างเอาเป็นเอา ตาย
-นโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรคทำให้หมอตี๋ตามร้านขายยา และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ ไม่พอใจในนโยบายของทักษิณ เพราะนับแต่ใช้นโยบายนี้ ประชาชน ทุกคนก็ถูกดึงเข้าสู่ระบบสาธารณสุขของโรงพยาบาลด้วยราคาที่ถูกกว่าไปซื้อยา หมอตี๋ตามร้านขายยา

ชาวบ้านได้ประโยชน์มาก แต่หมอตี๋เสียประโยชน์ และแพทย์พยาบาลทำงานหนักมากขึ้นก็ไม่พอใจ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นร้านขายยาส่วนใหญ่ และหมอ ชอบเปิดโทรทัศน์ ASTV สนับสนุนกลุ่มพันธมิตร-นโยบายกองทุนหมู่บ้าน โดยรัฐบาลให้เงิน 1 ล้านบาท

แก่ทุกหมู่บ้าน และทุกชุมชนในเขตเทศบาล โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านได้นำเงินกองทุนนี้ออกหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันกู้ด้วย ดอกเบี้ยราคาถูก ทำให้นายทุนตามหมู่บ้านและชุมชนที่ปล่อยกู้ด้วยดอกเบี้ยมหาโหดขาดรายได้จาก การปล่อยเงินกู้ ไม่พอใจนโยบายของรัฐบาล

-นโยบายนำหวยใต้ดินขึ้นบนดินโดยรัฐบาลเป็นเจ้ามือเอง ขายหวย 3 ตัว 2 ตัว แข่งกับเจ้ามือหวยใต้ดินที่เป็นเครือข่ายใหญ่ และเป็นต้นรากของระบบเจ้าพ่อมาเฟีย ที่จะต้องร่วมมือกันระหว่างเจ้าพ่อกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเจ้าพ่อจะทำหวยและส่งส่วยให้แก่ตำรวจโรงพัก

และเจ้าหน้าที่ปกครอง เครือข่ายที่เลวร้ายนี้มีเงินหมุนเวียนกันเป็นแสนล้าน ตามผลงานวิจัยของนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ นักวิชาการในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพราะเฉพาะที่รัฐบาลเพิ่งเข้าไปแย่งตลาดในปีแรกมาส่วนหนึ่งก็ได้เงินมาใช้

บริหารงานของรัฐเป็นจำนวนเงินกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี เครือข่ายหวยใต้ดินนี้ยิ่งใหญ่มาก เพราะฝังรากลึกมาเป็นเวลายาวนานนับ 100 ปีแล้ว และเจ้ามือหวยใต้ดินรายใหญ่สุดจะอยู่ที่เยาวราช กรุงเทพมหานคร และกระจายสายอยู่ในตัวจังหวัดทุกจังหวัด

ดังนั้นเครือข่ายเจ้าพ่อเจ้าแม่หวยเถื่อนจึงเป็นศัตรูของรัฐบาลทักษิณ ที่มีอันตรายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพวกพ่อค้ายาเสพติด เพราะมีลักษณะเป็นองค์กรจัดตั้งที่ซ้อนอยู่ในองค์กรมวลชน และองค์กรจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นเมื่อมีสัญญาณไฟเขียวจาก “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” และยิ่งมีสัญญาณแน่ชัดว่าราชสำนักไม่พึงพอใจต่อรัฐบาลทักษิณด้วยแล้ว รัฐบาลที่เข้มแข็งของทักษิณก็ไม่อาจจะต้านทานได้
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: