*ม็อบพันธมิตรฯ ใกล้ชิดราชสำนัก*

14/03/2010 at 6:23 am (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
เจตนาของเครือข่ายราชสำนักได้เปิดเผยตัวเองชัดเจนว่าเจตนาที่แท้จริงไม่ใช่ อยู่ที่การคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่ต้องการล้มอำนาจรัฐบาลของทักษิณให้สิ้นซาก เพราะเมื่อรัฐบาลถอดถอนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญออกจากวาระของสภาแล้ว ม็อบพันธมิตรฯ ที่ยึดครองสะพานมัฆวาน ปิดถนนราชดำเนิน ก็ไม่ยุติแต่กลับรุกหนักขึ้น โดยขยายข้อเรียกร้องแบบชวนทะเลาะพังบ้าน ด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการในสิ่งที่ทำไม่ได้ และยุ่งยากมาก เริ่มจากเรียกร้องให้นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ลาออก

เมื่อนายจักรภพลาออกแล้วก็เรียกร้องให้เอาเขาพระวิหารที่ศาลโลกตัดสินว่า เป็นของกัมพูชามานานตั้งแต่ปี 2505 แล้วคืน แล้วเรียกร้องให้นายสมัคร ลาออกจากนายกรัฐมนตรีข้อเรียกร้องที่เลอะเทอะไร้เหตุผลของพันธมิตรฯ ประสานกับการเคลื่อนไหวที่เลอะเทอะผิดกฎหมายตลอดระยะเวลา 6 เดือนเศษติดต่อกัน ทั้งยึดครองทำเนียบรัฐบาล ยึดสถานีโทรทัศน์ช่อง NBT ยึดสนามบินหลายแห่งในภาคใต้ จนถึงปิดตายสนามบินศูนย์กลางของประเทศคือ สุวรรณภูมิ และดอนเมือง

ซึ่งไม่มีม็อบที่ไหนในโลกนี้จะกระทำได้โดยรัฐบาลไม่กล้าปราบปราม แต่สภาวะความไร้เหตุผลนี้ แกนนำม็อบพันธมิตรฯ ก็ได้สร้างเรื่องที่คนทั้งสังคมต้องตกตะลึงโดยไม่มีใครกล้าแตะต้อง คือม็อบพันธมิตรฯ ได้ประกาศตัวเองต่อสาธารณะ ย้ำแล้วย้ำเล่าว่าพวกเขาเป็นม็อบที่จงรักภักดี และดำเนินการประท้วงเพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของราชสำนัก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมเด็จพระราชินีเป็นผู้ให้การสนับสนุนนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กล่าวบนเวทีพร้อมแสดงหลักฐานตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการหลายครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างเป็นรูปธรรมเช่น

– นายสนธิได้ประกาศว่าเขาได้รับเงินสนับสนุนจากสตรีผู้สูงศักดิ์ที่มอบให้เป็น เงิน 400,000 บาท โดยเงินที่นำมามอบให้บรรจุไว้ในกระเป๋าของโครงการศูนย์ศิลปาชีพ

– นายสนธิประกาศว่าได้รับผ้าพันคอสีฟ้า และมีสัญลักษณ์ที่เป็นพระนามย่อ “สก.” ของสมเด็จพระราชินีปรากฏอยู่ จากราชสำนักโดยนายสนธิได้ใช้ผ้าพันคอนี้ผูกที่คอแสดงต่อสาธารณะตลอดการ ชุมนุม และนำผ้าพันคอเช่นเดียวกันนี้แจกจ่ายให้แก่ผู้ชุมนุม รวมตลอดทั้งได้ใช้ธงสีฟ้าที่มีพระนามย่อ “สก.” ดังที่กล่าวนี้โบกสะบัดในการเคลื่อนไหวของฝูงชนตลอดเวลา และในวันเดินขบวนไปยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ในเช้าของวันที่ 26 สิงหาคม 2551 ก็ถือธง “สก.” โบกนำหน้าไปด้วย

– นายสนธิ และพรรคพวกใช้เสื้อสีเหลืองซึ่งเป็นสีวันพระราชสมภพของพระเจ้าอยู่หัวเป็นสี สัญลักษณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยกำหนดให้ผู้ชุมนุมทุกคนใส่เสื้อยืดสีเหลือง เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี รวมตลอดทั้งได้ใส่เสื้อยืดสีเหลืองนี้ ไปกระทำการที่ผิดกฎหมายต่างๆ ในระหว่างการชุมนุม

ซึ่งสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการกระทำในสัญลักษณ์นี้ แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ ทางกฎหมาย แม้ศาลอาญาจะเคยมีคำพิพากษาระบุรายละเอียดถึงความไม่เหมาะสมของการใช้เสื้อ สีเหลืองของม็อบพันธมิตรฯ และไปกล่าวให้ร้ายผู้อื่นในคดีหมิ่นประมาทที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นโจทก์ ฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล จำเลย มาแล้วก็ตาม

– ตลอดการชุมนุม แกนนำพันธมิตรฯ ก็กล่าวอ้างตลอดเวลาว่าได้รับการสนับสนุนน้ำดื่มตรา “สวนจิตรดา” ซึ่งเป็นชื่อสำนักพระราชวังที่ประทับของพระเจ้าอยู่หัว และเป็นสินค้าของราชสำนัก จากคนของราชสำนัก

– ในวันที่ 24 สิงหาคม 2551 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้นำเทปซึ่งอ้างว่าเป็นพระสุรเสียงของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่ทรงอัดเสียงเป็นการส่วนพระองค์ในห้องปฏิบัติธรรมมาเปิดให้ที่ชุมนุมฟัง ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะไปเวียนเทียนในวันอาสาฬหะบูชา เพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งคำกล่าวอ้างนี้ได้โน้มน้าวให้ผู้ชุมนุม ประชาชน และข้าราชการทั่วไปเชื่อว่านายสนธิเป็นผู้ใกล้ชิดราชสำนักจริง เข้า-ออกวังได้เหมือนคนในราชสำนัก ถึงขนาดได้รับเทปอัดพระสุรเสียงเกี่ยวกับธรรมะเป็นการส่วนพระองค์ได้

ที่กล่าวข้างต้นนี้ เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของการกล่าวอ้างที่เกิดขึ้นตลอดเวลาของการชุมนุม นานเกือบ 7 เดือน บนถนนราชดำเนิน ในทำเนียบรัฐบาลในสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง โดยไม่มีใครกล้าดำเนินคดีกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล และแกนนำผู้กล่าวอ้าง ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเลย ซึ่งสังคมได้รับทราบถึงบรรทัดฐานทางกฎหมาย และวัฒนธรรมของไทยดีว่าการกล่าวอ้างถึงองค์พระมหากษัตริย์ และรัชทายาทในทางที่จะหาผลประโยชน์แม้แต่เล็กน้อย

นั้นเป็นการไม่บังควรและเป็นเรื่องที่ต้องห้ามซึ่งจะถูกเจ้าหน้าที่ดำเนิน การทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่ปรากฏว่านายสนธิ และแกนนำผู้กล่าวอ้างทุกคนไม่ถูกดำเนินการทางกฎหมายใดๆ เลย อีกทั้งเหตุการณ์หนึ่งที่ช็อคความรู้สึกของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าง ไม่คาดฝันคือเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2551 สมเด็จพระราชินีได้เสด็จไปเป็นประธานเผาศพนางสาวอังขณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ หญิงสาวที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรฯ

ปิดล้อมสำนักงานตำรวจนครบาลในตอนเย็นของวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่พันธมิตรฯ ปิดล้อมรัฐสภา โดยทรงพระเมตตาให้บิดา มารดา พี่น้องของนางสาวอังขณา ได้เข้าเฝ้าใกล้ชิด และมีพระราชปฏิสัณฐานกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตว่า “น้องโบว์เป็นวีรสตรีผู้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” เพียงเท่านี้ทุกคนก็เชื่อว่าม็อบพันธมิตรฯ ใกล้ชิดราชสำนักจริง
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: