*อภิสิทธิ์ รัฐบาลเทพประทาน*

21/03/2010 at 7:05 am (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
ทันทีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ้นจากหน้าที่โดยผลคำพิพากษาให้ยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมือง เครือข่ายราชสำนักภายใต้การนำของพลเอกเปรมก็ทำงานอย่างเร่งด่วน เพื่อหาทางออกที่เป็นไปได้โดยอาศัยกลไกระบบรัฐสภา แม้จะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามครรลองแต่ก็ยังเสียหายน้อยกว่าที่จะหัก ด้ามพร้าด้วยเข่า

โดยการยึดอำนาจ โดยกดดันทุกพรรคการเมืองให้สนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ยังเป็นไปไม่ได้ด้วยเพราะเสียงส่วนใหญ่เป็นพรรคพลังประชาชน แม้ถูกยุบพรรคแล้วก็ยังมารวมตัวกันอยู่ที่พรรคเพื่อไทยที่เตรียมจัดตั้งไว้ คอยล่วงหน้าแล้ว อำนาจทหารจึงกดดันนายเนวิน ชิดชอบ และนายอนุทิน ชาญวีรกูร (คนสนิทของฟ้าชาย)

สองคนที่เป็นกำลังสำคัญในฝ่ายทักษิณ ให้ทรยศต่อทักษิณโดยนำกำลัง ส.ส.ออกมาสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ภาวการณ์ดังกล่าวจึงเกิดภาพทุลักทุเลทางการเมืองมาก กลายเป็นข่าวเน่าชิ้นใหญ่ส่งกลิ่นเหม็นอบอวลทั่วบ้านทั่วเมืองเมื่อเห็นนาย อภิสิทธิ์ (ที่สื่อมวลชนยกย่องว่าขาวสะอาดผุดผ่อง)

ยืนกอดกับนายเนวิน(ที่สื่อประนาฌว่าเลวบริสุทธิ์มาโดยตลอด) เพื่อร่วมรัฐบาลกันภายใต้ข่าวลือที่พูดลับๆ กับ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลทุกคนเพื่อให้โอนอ่อนผ่อนตามว่า“มึงรู้ไหมว่ามึงกำลังสู้กับใคร”
ข่าวลือด้วยวลีสั้นๆ แต่รู้ความหมายดีนี้ได้กดดันให้ทุกฝ่ายจำต้องยอมให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ

แล้วเงาของผู้มีอำนาจที่สังคมไทยไม่อาจจะกล่าวถึงได้ ก็ทอดยาวลงมาที่ค่ายทหารโดยมีแกนนำทุกพรรคการเมืองที่ถูก กกต.ตัดสิทธิ์ และห้ามเคลื่อนไหวการเมือง ไปรวมตัวกันเตรียมจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่เกรงกลัวอำนาจ กกต.ที่เข้มงวดต่อพรรคไทยรักไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ มาแล้วในอดีต

โดยนั่งประชุมร่วมกับนายทหารใหญ่ 3 นาย ผู้ใกล้ชิดเบื้องบนคือ พลเอกประวิช วงศ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ.พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. (บิ๊กป๊อก) และพลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา เสนาธิการ ซึ่งสื่อมวลชนได้ตั้งฉายาให้กับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ว่า “รัฐบาลทหาร 3 ป.” คือ ประวิช-ป๊อก-ประยุทธ

จากวลีประวัติศาสตร์ว่า “มึงรู้ไหม มึงกำลังสู้กับใคร” แพร่ไปทั่ว แต่ดูเหมือนว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่รู้ หรือพยายามไม่อยากรู้ว่า “กำลังสู้กับใคร” ดังนั้นศึกช่วงชิง ส.ส.ที่พรรคถูกยุบให้ไปสนับสนุนอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ จึงคุกรุ่นขึ้นด้วยฝ่ายที่ต้องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หรือเครือข่ายราชสำนัก

ได้ทำการเสนอเงินซื้อตัว ส.ส.ออกไปเพื่อให้สนับสนุนนายอภิสิทธิ์ จึงเกิดขึ้นอย่างรุนแรงด้วยตัวเลขซื้อ ส.ส.สูงถึง 20 ล้านบาทต่อคน เสียง ส.ส.ฝ่ายใดมากกว่ากันในขณะนั้น สู้กันฉิวเฉียดกันในแต่ละวันไม่แน่นอน ถ้าจะชนะแพ้กันก็ไม่เกิน 10 เสียง ในที่สุดเวลา 4.00 น. เช้ามืดของวันที่ 15 ธันวาคม 2551

ซึ่งจะเป็นการโหวตเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีกันในสภา ก็มีการนัดหมายให้แกนนำทุกพรรค และทุกพวกในพรรคที่จะหนุนอภิสิทธิ์ ไปรวมกันที่บ้านพลเอกประวิช วงศ์สุวรรณ เพื่อไปรับฟังเสียงจากโทรศัพท์เปิดลำโพง Speaker Phone ของสตรีผู้สูงศักดิ์ โดยให้ฟังพร้อมกันทุกคนเพื่อความมั่นใจว่าพระองค์ต้องการให้อภิสิทธิ์เป็น

นายกรัฐมนตรีอย่างแท้จริง มิใช่แอบอ้างกันอย่างเพ้อเจ้อ เพื่อให้ทุกคนไปดำเนินการโหวตในสภาในวันเดียวกันที่สภาจะเปิดประชุมเวลา 9 โมงเช้า อย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ต้องสงสัย
พอได้เวลาตี 4 ของวันที่ 15 ธันวาคม ก็มีเสียงของสตรีดังกล่าวที่แกนนำพรรคทุกคนรู้จัก

และเข้าใจความหมายดี ก็ดังขึ้นให้สนับสนุนอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ จริงจากข่าวลับยืนยันว่าเป็นเสียงของท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขาธิการในสมเด็จพระราชินี เป็นผู้กล่าว และเวลาตีสี่ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นเวลาปกติที่ยังไม่นอนของบุคคลสำคัญท่าน นี้ในที่สุดเสียงในสภาก็อุ้มอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกฯ แต่ผู้สื่อข่าวสภากลับให้ฉายารัฐบาลอภิสิทธิ์ว่า “รัฐบาลเทพประทาน”
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: