*รวมศูนย์ความขัดแย้งที่กษัตริย์*

23/03/2010 at 7:42 am (บทความ)


บท: ดารณี รวีโชติ
โดยวัฒนธรรมของราชสำนักการจะกล่าวถึงองค์พระมหากษัตริย์ และรัชทายาท ในชีวิตประจำวันโดยมิได้มีวาระทางการงานใดๆ นั้นเป็นสิ่งที่ไม่บังควร ยิ่งการวิพากษ์วิจารณ์แม้จะกล่าวในทางดีก็ควรต้องใช้ความระมัดระวัง ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นต่อพระองค์ในทางร้ายนั้น

นอกจากเป็นการกระทำผิดกฎหมายแล้ว คนไทยแต่โบราณยังถือเป็นบาปในความเชื่อทางศาสนาอีกด้วย แต่ปรากฏว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล และแกนนำพันธมิตรฯ ได้นำพระอิสริยยศ และพระราชอำนาจแห่งองค์พระมหากษัตริย์มากล่าวอ้าง เพื่อสร้างประโยชน์ทางการเมืองให้แก่ตนและพรรคพวก

นายสนธิได้พยายามแสดงตัวว่าเป็นผู้จงรักภักดี และพร้อมกันนั้นก็ให้ร้ายต่อพ.ต.ท.ทักษิณ และบุคคลที่ตนเกลียดชังว่าไม่จงรักภักดี อีกทั้งยังได้กล่าวหาผู้คนที่รับใช้ใกล้ชิดเบื้องยุคบาทมายาวนานซึ่งเป็น เสมือนข้าในวังซึ่งไม่มีทางที่จะคิดร้ายต่อกษัตริย์ได้เลย เช่น นายดิสธร วัชโรทัย

รองประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขานุการมูลนิธิชัยพัฒนา นายสนธิก็กล่าวหาให้ร้ายอย่างเสียๆ หายๆ โดยเสมือนหนึ่งมีเจตนาทางการเมืองแอบแฝงที่ต้องการรวมศูนย์ความขัดแย้งใน สังคมไทยทั้งหมดไว้ที่องค์พระมหากษัตริย์

โดยทำการยุยงเสมือนหนึ่งพระองค์กำลังมีศัตรูรอบด้าน และศัตรูนั้นก็คือประชาชนของพระองค์เอง และพวกเขาพร้อมจะทำสงครามประชาชนกับพวกของทักษิณ และผู้คิดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์ทุกคนการประกาศตัวเป็นผู้จงรักภักดีสูงสุดของนายสนธินี้ได้ลามปามไปถึงนายทหารและ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน

โดยกล่าวสบประมาทในการปราศรัยบนเวทีว่า “พวกนี้มียศถาบรรดาศักดิ์ มีสายสะพาย มีเงินเดือนกิน แต่มีความจงรักภักดีสู้พวกเราพันธมิตรไม่ได้……..พวกเราคือทหารเสือพระ ราชินีตัวจริง” ดังนั้นการกระทำของนายสนธิจึงมีลักษณะปลุกปั่นสร้างกระแสให้ผู้คนในบ้าน เมืองเกิดความขัดแย้งกัน

โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่องค์พระมหากษัตริย์ โดยมีฝ่ายที่เกลียด และฝ่ายที่รักคอยห้ำหั่นกันตลอดเวลาทั้งๆ ที่ในอดีตไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ด้วยเหตุนี้การดำรงอยู่ขององค์พระมหากษัตริย์และรัชทายาทจึงกลายเป็นประเด็น ที่สังคมมีความสงสัย สนใจ

และอยากศึกษาค้นคว้าถึงบทบาททางการเมืองของพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นการก่อความลำบากในการดำรงพระองค์อยู่เหนือความขัดแย้งอย่างยากยิ่งหากจะได้ลำดับเหตุการณ์การเคลื่อนไหวของนายสนธิ และแกนนำพันธมิตร ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันก็จะยิ่งเห็นชัดถึงกลอุบายที่ลึกซึ้งที่

เคลื่อนไหวจนกระทั่งสมเด็จพระบรมราชินีนาถถลำพระองค์ออกมาสู่ที่โล่งแจ้ง ท่ามกลางสายตาของคนทั้งโลกที่เพ่งมองด้วยความสงสัยในกรณีเป็นองค์ประธานเผา ศพน้องโบว์เมื่อ 13 ตุลาคม 2551 และนับแต่นั้นการอยากรู้อยากเห็นถึงบทบาททางการเมืองของราชสำนักที่เคยปกปิด

อยู่หลังฉากซึ่งถือเป็นศาสตร์ทางการเมืองสูงสุดก็ถูกเปิดเผย และเกิดการเรียนรู้ค้นคว้ากันอย่างทั่วด้านและลึกซึ้ง จนเห็นความจริงของระบอบการปกครองในปัจจุบันว่า โดยเนื้อแท้แล้วมิใช่ประชาธิปไตย หากแต่เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชใหม่นายสนธิกำลังนำพาปีศาจแห่งการเวลามาทำลายพระราชอำนาจของพระองค์แล้ว
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: