*กระแสวิกฤตโลก ผนวก กระแสวิกฤตภายใน*

01/04/2010 at 8:31 am (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
ตามทฤษฎีไร้ระเบียบ(Kaos Theory) การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีลักษณะคล้ายกัน คือสภาวะความไร้ระเบียบ ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงจะนำไปสู่การปรับตัวครั้งใหญ่ของระบบธรรมชาติใหม่ หรือเกิดการปรับตัวครั้งใหญ่ของระบอบการปกครองของมนุษย์แล้วแต่กรณี ปัญหาความอดอยากของผู้คนคือสภาวะความปั่นป่วน และสภาวะความไร้ระเบียบสภาวะความไร้ระเบียบทางสังคมในประเทศรัสเซียขณะที่อยู่ในการปกครองของระบอบ พระเจ้าชาร์

ก่อนที่จะถูกโค่นล้ม เมื่อปี ค.ศ.1917 (พ.ศ.2460) ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมตามคำอธิบายของทฤษฎีไร้ ระเบียบ กล่าวคือเมื่อเกิดภาวะความอดอยากของประชาชน ฝูงชนก็รวมตัวกันเดินขบวนไปหาพระเจ้าชาร์ที่พระราชวัง เครมริน เพื่อขอขนมปังแต่ก็เกิดความเข้าใจผิดจึงถูกทหารม้าคอสแซคที่เกรียงไกรของพระ เจ้าชาร์เข่นฆ่า จึงกลายเป็นชนวนการโค่นล้มระบอบกษัตริย์ในรัสเซีย หรือสภาวะความอดอยากที่สะท้อนความไร้ระเบียบอย่างรุนแรงของระบอบซูสีไทเฮา

ก่อนที่ราชวงศ์ชิงจะถูกโค่นล้มเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบสาธารณะรัฐเมื่อปี พ.ศ.2454 ก็ ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ของมนุษย์ที่อธิบายด้วยทฤษฎีความไร้ระเบียบแห่ง ธรรมชาติทั้งสิ้นสังคมไทยก็ไม่อาจจะหนีพ้นกฎเกณฑ์ทางธรรมชาตินี้ได้ หากจะได้ศึกษาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของไทยก่อนปี 2475 ก็จะเห็นว่าเกิดระลอกใหญ่ทางการตื่นตัวทางการเมือง 3 ระลอก เริ่มจากปี รศ.103 (พ.ศ.2427) ในสมัยรัชกาลที่ 5 กรณีพระองค์เจ้าปฤษฎางค์

อัครราชทูตประจำยุโรปได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลพร้อมทั้งล่ารายชื่อเจ้านาย ชั้นผู้ใหญ่สนับสนุนเพื่อเรียกร้องให้รัชกาลที่ 5 เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชไปสู่ระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐ ธรรมนูญ แต่รัชกาลที่ 5 ก็ไม่รับฟัง และลงโทษโดยเรียกตัวผู้ลงนามท้ายหนังสือกลับประเทศหมด โดยเฉพาะพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ ต้องออกจากราชการ และลี้ภัยไปบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่ประเทศศรีลังกา ระลอก 2 ก็เกิดกบฏ รศ.130 (พ.ศ.2454) สมัยรัชกาลที่ 6

ซึ่งพัฒนาการเคลื่อนไหวสู่การใช้กำลังเพื่อล้มอำนาจกษัตริย์ที่เรียกว่ากบฏ หมอเหล็ง คือ ร.อ.ขุนทวยหารพิทักษ์ (เหล็ง ศรีจันทร์) หัวหน้าคณะ แต่ไม่สำเร็จ หลังจากนั้นได้เกิดคลื่นระลอกที่ 3 ขึ้นอีกโดยได้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกอันเป็นผลจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และขยายตัวเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งก็เกิดภาวะความปั่นป่วนทางการเมืองอยู่เป็นทุนเดิมแล้วอันเป็นผลจากชน ชั้นนำส่วนหนึ่งไม่พึงพอใจต่อระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่ไม่สามารถจะแก้ปัญหา ทางสังคมได้ในขณะนั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นที่รู้กันทั่วไปหมดว่า ในขณะที่ประชาชนกำลังทุกข์ยาก แต่รัชกาลที่ 6 กลับไม่สนพระทัย และทรงพระเกษมสำราญกับข้าราชบริพาร ใช้จ่ายงบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย ทุ่มเงินจำนวนมากสร้างวังให้เจ้าพระยารามราคพ พระสหายสนิทที่อื้อฉาวทางเพศเป็นบ้านพักอาศัยส่วนตัว ซึ่งก็คือทำเนียบไทยคู่ฟ้าที่ทำการของรัฐบาลในขณะนี้ จนเงินหมดพระคลัง เมื่อมาถึงรัชกาลที่ 7 พระองค์ต้องรับภาระภาวะวิกฤตเศรษฐกิจทั้งจากภายนอก

และภายในที่ผนวกเป็นกระแสเดียวกันถึงขนาดต้องปลดข้าราชการออกครึ่งหนึ่งโดย ไม่จ่ายเงินชดเชยใดๆ ภาวะวิกฤตขนาดนั้นส่งผลให้เกิดภาวะธนาคารหลายแห่งล้มละลาย แม้แต่ธนาคารสยามกัมมาจล (ธนาคารไทยพาณิชย์ปัจจุบัน) ของราชสำนักเองก็ทรุดหนัก ประคองตัวไม่อยู่จนกลายเป็นเชื้อมูลให้เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง สำเร็จเมื่อ 24 มิถุนายน 2475
สภาพการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันที่เห็นชัดก็เกิดความปั่นป่วนทางการเมือง

และทางเศรษฐกิจต่อเนื่องกันมานานกว่า 30 ปี นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เหตุการณ์ล้อมปราบฆ่านักศึกษา 6 ตุลาคม 2519 เหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 ประชาชนลุกฮือขึ้นเผชิญหน้ากับรัฐบาลทหาร พล.อ.สุจินดา คราประยูร และล่าสุดกรณีการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ซึ่งกลายเป็นไฟลามทุ่งเผาไหม้รอบๆ ราชสำนัก แต่เหตุการณ์มิได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้นหากแต่ขยายตัวเป็นภาวะอนาธิปไตยที่

ไม่อาจจะควบคุมได้โดยการหนุนหลังของราชสำนักเพียงเพื่อจะโค่นล้มรัฐบาลที่มี สายสัมพันธ์กับทักษิณเท่านั้น เช่น กรณีการยึดทำเนียบรัฐบาลการยึดสนามบิน และปะทะกันกรณีปิดล้อมสภาเมื่อ 7 ตุลาคม 2551 จากวิกฤตการณ์ทางการเมืองในช่วงปี 2548-2552 ได้ส่งผลให้เกิดภาวะความไร้ระเบียบทางสังคมอย่างเด่นชัดที่ไม่เคยปรากฏมา ก่อนอันเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศ และผนวกกับกระแสวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เริ่มก่อตัวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อต้นปี 2550

และเริ่มเป็นกระแสรุนแรงไหลเข้าสู่ประเทศไทยในสภาพการณ์ที่ประชาชนแตกแยกเป็นสองฝักสองฝ่าย แบ่งสีเป็นเสื้อเหลืองเสื้อแดงคอยห้ำหั่นกันท่ามกลางภาวะวิกฤตเช่นนี้ เป็นผลให้ประชาชนต้องยากจนลง เกิดภาวะความอดอยาก ในขณะที่ราชสำนักก็ป่าวประกาศทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เรียกร้องให้ประชาชนประหยัด อดออม แต่ราชสำนักไม่เคยที่จะประหยัดอดออมให้เป็นแบบอย่างแก่ประชาชนแม้แต่ครั้ง เดียวสถานการณ์ของไทยในขณะนี้จึงเป็นภาวะความไร้ระเบียบที่รุนแรงที่สุดที่สังคม

ไทยเคยมีมา และในอดีตได้เคยส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อปี 2475 มาแล้ว ซึ่งเชื่อแน่ได้ว่าไม่เกินปี พ.ศ.2555 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญอย่างแน่นอน หรืออาจจะปะทุจากความขัดแย้งในราชสำนักเมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จสู่ สวรรคาลัย หรือเหตุการณ์อันนอกเหนือความคาดหมายที่จะเกิดขึ้นจากความเปราะบางของสังคม ที่เป็นอยู่ขณะนี้
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: