*ขบวนการประชาชนขบวนการนาโน*

03/04/2010 at 10:27 am (หนังสือ)


บท: ดารณี รวีโชติ
วิวัฒนาการทางสังคมการเมืองนั้นแยกไม่ออกจากวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ เมื่อชาร์ล ดาวิน คนพบทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเมื่อต้นศตวรรษที่ 18 ว่าสัตว์ที่เข้มแข็งเท่านั้นที่จะดำรงชาติพันธุ์อยู่ได้ ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน ทฤษฎีเศรษฐกิจทุนนิยมที่มีกระบวนการจัดการอย่างเป็นระบบก็เกิดขึ้นโดยอาดัม สมิธ ผู้เป็นเจ้าทฤษฎีในสภาวะพัฒนาการแห่งเทคโนโลยีปัจจุบัน ได้เกิดเทคโนโลยีขนาดจิ๋วแต่มีประสิทธิภาพสูง หรือที่รู้จักกันในนาม “นาโนเทคโนโลยี” (Nano Technology)

ซึ่งเทคโนโลยีขนาดจิ๋วนี้จะเป็นเสมือนหุ่นยนต์ที่สามารถจะเข้าไปปฏิบัติการ ทางการแพทย์เพื่อสุขภาพของมนุษย์ทางเส้นเลือดได้ โดยเทคโนโลยีขนาดจิ๋วนี้ไม่อาจจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งขณะนี้ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของขบวนการประชาชนที่มีเป้าหมายเพื่อ การปรับเปลี่ยนระบอบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่ในขณะนี้ ให้พัฒนาสู่ความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ ได้เกิดขึ้นอย่างมากมายหลากหลายวิธีการ

และมีทิศทางทางการเมืองที่ก้าวหน้าโดยหลุดพ้นจากการหลอกลวงด้วยความเชื่อทาง การเมืองเก่าๆ เชิงไสยศาสตร์ของราชสำนัก อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน แพร่ขยายไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง โดยไม่มีองค์กรจัดตั้งซึ่งแตกต่างจากขบวนการประชาชน อย่างเช่น พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีตที่มีการจัดตั้งองค์กรอย่างเป็นทางการ ทั้งรูปแบบการทหาร และรูปการณ์จิตสำนึก กล่าวคือการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจะมีรูปแบบการจัดตั้ง

อย่างแน่นอน เช่น คณะกรรมการกลางพรรคฯ องค์กรสันนิบาต เยาวชน องค์กรแนวร่วม และมีลำดับชั้นของการสั่งงานเป็นแนวตั้งคล้ายกับระบบรัฐอีกรัฐหนึ่งที่ซ้อน อยู่ในรัฐไทยที่ดำรงอยู่ทางกฎหมายในขณะนั้น แต่ขบวนการประชาชนใหม่ที่ก่อรูปการเคลื่อนไหวต่อต้านราชสำนักที่เป็นอยู่ใน ขณะนี้ไม่มีลักษณะการจัดตั้งเป็นองค์กรอย่างเป็นทางการ อย่างเช่น พรรคคอมมิวนิสต์ ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มก็เป็นการสั่งงานอย่างอิสระที่ยึดความถูกต้องเป็น ธรรม

และมีลักษณะเป็นแนวราบอย่างเสมอภาคกัน จึงเป็นการประสานงานมากกว่าการสั่งงาน ลักษณะงานที่สำคัญคืองานเผยแพร่ความคิด ดำเนินการผ่านเว็บไซต์ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ อย่างง่ายๆ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีตเมื่อ50 ปีก่อน เมื่อครั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจัดตั้งสถานีวิทยุเสียงประชาชนนั้น เป็นภารกิจที่ยากลำบากอย่างยิ่ง ทั้งการดำเนินการและการรักษาไว้ให้ปลอดภัยขณะนี้ระบบรัฐของราชสำนักไทยกำลังปั่นป่วนที่ไม่อาจจะควบคุมและปราบปรามการ

ขยายตัวทางความคิดในหมู่ประชาชนที่ทำการต่อต้านราชสำนักอย่างถึงรากถึงโคน ด้วยการเปิดโปงความเน่าเฟะในชีวิตประจำวันของคนในราชสำนัก โดยมีเอกสารหลักฐาน และภาพถ่ายวิดีโอคลิปที่ผิดศีลธรรมอย่างยิ่ง กระจายตัวออกทางสื่ออินเตอร์เน็ตที่เห็นกันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งเป็นการเปิดโปงการหลอกลวงของราชสำนักเกี่ยวกับความเป็นผู้ทรงคุณธรรม และแบบอย่างที่จอมปลอม รวมตลอดถึงการบริหารจัดการอำนาจการเมืองที่ราชสำนักเคยหลอกลวงมาตลอดเวลาอัน

ยาวนานว่าเป็นผู้อยู่เหนือการเมืองนั้น ได้พังทลายลงหมดสิ้นแล้วความพยายามในการไล่จับกุมสิ่งที่เรียกว่า “เว็บไซต์ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” นั้นเป็นความยุ่งยากอย่างยิ่งจากหลักฐานคำแถลงของทางราชการว่าขณะนี้มี เว็บไซต์หมิ่นฯ มากกว่า 10,000 เว็บไซต์ แต่ที่ไล่ปิดได้มีเพียงแค่ 1,000 กว่าเว็บไซต์เท่านั้น ซึ่งเป็นการยืนยันว่ากระแสความไม่พอใจต่อราชสำนักขยายตัวกว้างขวางมากขึ้นสิ่งเหล่านี้ได้บ่งชี้ให้เห็นชัดเจนแล้วว่าขบวนการประชาชนที่เป็นกระแสตอบ

โต้โครงสร้างการเมืองเก่า แนวจารีตนิยมนี้ เป็นผลจากการพัฒนาการทางเทคโนโลยีขั้นสูง ประชาชนจึงปรับตัวโดยนำการรับรู้ทางเทคโนโลยีสมัยใหม่มารับใช้ความคิดทางการ เมืองของตน
ลักษณะงานลับ และงานใต้ดินของขบวนการคอมมิวนิสต์เดิมที่ใช้การจัดตั้งแบบปิดลับอย่าง รัดกุม การขยายงานความคิดทางการเมืองก็เป็นไปแบบปิดลับ คือปากต่อปากซึ่งยังมีความแตกต่างจากการขยายงานทางความคิดการเมืองแบบ “นาโน”

ที่มีลักษณะปิดลับทางเทคโนโลยี และมีการขยายตัวได้อย่างรวดเร็วมากกว่าลักษณะงานแบบเดิมคือ จากปากสู่หลายๆ ปากดังนั้นการพัฒนารูปแบบและเนื้อหาของขบวนการประชาชนที่จะผนึกกำลังผลักดันให้ การปกครองของไทยเกิดวิวัฒนาการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากยิ่งขึ้นนี้ จึงเป็นวิวัฒนาการที่ท้าทายทางประวัติศาสตร์ของประชาชนที่จะพิสูจน์ให้เห็น ว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการปกครองเพื่อให้สอดคล้องกับความเจริญก้าว

หน้าทางการผลิตและเทคโนโลยีของโลกนั้น เป็นวิทยาศาสตร์ทางสังคมอย่างแท้จริงลักษณะขบวนการประชาชนแบบนาโนนี้ ไม่เพียงแต่ลดภาระค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นภาระของขบวนการปฏิวัติในอดีตเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงภัยต่อการล้อมปราบและทำลายองค์กรเนื่องจากไม่มีฐาน ที่มั่นในป่าเขา และไม่มีกองกำลังอาวุธอย่างในอดีต
แต่อย่างไรก็ตาม ขบวนการประชาชนใหม่ที่มีลักษณะ “นาโน” หรือ “จิ๋วแต่แจ๋ว”

เช่นนี้ ก็จะเกิดการปรับปรุงยกระดับประสิทธิภาพของการบริหารจัดการขึ้นด้วยปัจจัย 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือ แรงกระตุ้นที่จะมาจากการปราบปรามของราชสำนัก เช่น การแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพให้กว้างขวางขึ้น รุนแรงขึ้น ในลักษณะทั้งเหวี่ยงแห และตีอวน รวมตลอดถึงการกวาดล้างผู้ที่ต้องสงสัยว่าจะไม่จงรักภักดีในอนาคตไม่ไกลนี้ก็ จะยิ่งทำให้มวลชนเคียดแค้น เพราะหลักฐานปรากฏชัดเจนต่อสาธารณะชนแล้วว่า ราชสำนักโดยเฉพาะรุ่นลูกรุ่นหลานมีพฤติกรรมที่เสพสุข

ที่ไม่ยึดศีลธรรม เลวร้ายยิ่งกว่าสามัญชนทั่วไป และที่สำคัญคือเป็นการเสพสุขด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน แต่กลับมาปิดปากจับกุมผู้เสียภาษีอากรเข้าคุกตะรางเสียอีก และอีกทั้งเมื่อเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจประชาชนทุกข์ยาก และอดอยาก ก็จะยิ่งกลายเป็นเชื้อไฟปลุกเร้าให้ประชาชนลุกฮือต่อสู้โค่นล้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ้นบุญของรัชกาลปัจจุบัน
อีกด้านหนึ่ง จะเกิดการเรียนรู้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพขององค์กร การสรุปบทเรียน

รวมตลอดทั้งการศึกษาแนวทางการต่อสู้ของประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และยุทธวิธี และต่อเชื่อมร่วมมือกันระหว่างขบวนการประชาชนในอดีต และขบวนการประชาชนใหม่พัฒนาการความขัดแย้งระหว่างการหลอกลวงเรื่องคุณธรรมของราชสำนักที่มากผัวมาก เมีย และใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย กับความต้องการอำนาจประชาธิปไตยของประชาชน เพื่อนำมาแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน

โดยการเฉลี่ยสุขในรูปของรัฐสวัสดิการ กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยผลประโยชน์แห่งมหาชน คือ ความถูกต้อง และชอบธรรมประชาชนจงเจริญ สุพจน์ แจ้งเร็ว 2524 “พระองค์เจ้าปฤษฎางค์” อักษรศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร,อ้างใน “สายธารประชาธิปไตย”,ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ หน้า 14-15
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: