*บทนำ (Introduction) 01*

06/04/2010 at 4:05 pm (หนังสือ)



โดย นายสิน แซ่จิ้ว
ภาพที่ดูฝ้ามัว เสียงที่ฟังไม่ชัดเจน ดูแล้วทำให้นึกถึงโทรทัศน์เมื่อสี่สิบปีก่อน เป็นภาพชายสองคนหมอบกราบบนพื้นพรมหนา คนหนึ่งใส่เสื้อผ้าหยาบๆไม่สวยหรู่สีครามแบบชุดชาวนา อีกคนหนึ่งใส่ชุดสูทเสื้อนอกอย่างนักธุรกิจ ทั้งสองคนนั่งพับเพียบเหมือนอย่างกับคนว่านอนสอนง่าย ทั้งสองคนหงายหน้าจ้องมองดูบุคคลที่นั่งตระหง่านอยู่บนเก้าอี้นวมปิดทอง

ด้วยบริพารหมอบราบขนาบข้าง บุคคลที่นั่งอยู่กล่าวกับชายทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่อยู่ในลำคอ เสียงนั้นดังฟังชัด สุขุมเหมือนดังผู้ที่เป็นพ่อ เป็นน้ำเสียงที่หนักแน่นดังคำบัญชา ตำหนิลูกๆที่ เอาแต่ทะเลาะกัน จนต้องออกมาว่ากล่าวตักเตือนกันต่อหน้าสาธารณชน

ชายทั้งสองนั้น หาใช่พี่น้องหรือลูกหลานไม่ ความผิดนั้นก็คงจะไม่น้อยนัก คนที่ใส่สูทชุดเสื้อนอกนั้นคือนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย นายพลสี่ดาวจอมโกงกินทุจริตที่ชื่อว่า พลเอก สุจินดา คราประยูร อีกคนหนึ่งเป็นนักการเมืองที่ทำตัวเป็นฤษีสมถะชื่อว่า นายจำลอง ศรีเมือง ผู้นำฝูงชนเดินขบวนประท้วงสุจินดา มาหลายอาทิตย์แล้ว เมื่อสองวันที่ผ่านมา คือวันที่ 18 พฤษภาคม 2535 สุจินดา

ได้สั่งการให้ทหารระดมยิงปืนกราดใส่ผู้เดินขบวน จนมีผู้คนบาดเจ็บและล้มตายไปเป็นจำนวนมากหลายร้อยคน ในขณะเดียวกันนั้น กองกำลังทหารของสุจินดาได้เคลื่อนกำลังเข้าไปล้อมมหาวิทยาลัย ที่มีนักศึกษาจำนวนหลายพันคนรวมตัวกันลุกขึ้นประจันหน้า ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะไม่มีสัญญาณที่จะยอมลดลาวาศอกกัน

ชายสองคนนั้นนั่งพับเพียบเคียงข้างกัน ก้มลงกราบผู้ที่มีลักษณะคล้ายกับผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่ตรงกลาง ผู้ซึ่งไม่มีตำแหน่งหน้าที่ในด้านการเมือง และไม่มีอำนาจบัญชาการทหาร บุคคลผู้นั้นคือภูมิพล อดุลยเดช กษัตริย์องค์ที่เก้าของราชวงศ์จักรี บุคคลที่ไม่มีใครรู้จักนักนอกประเทศไทย ผู้นั่งฉลองราชบัลลังก์มาแล้วถึง 46 ปี และในไม่ช้านี้ก็จะได้รับตำแหน่งเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ได้ยาวนานที่สุดใน โลก

ขณะที่โทรทัศน์บันทึกภาพเหตุการณ์เหล่า นี้ กษัตริย์ภูมิพล กล่าวตักเตือนสุจินดา และจำลอง ที่ปล่อยให้โทสะและความเห็นแก่ตัวออกมาแก้แค้นกัน มันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบและความรักชาติที่จะต้องยุติเลิกรากันไป ก่อนที่ประเทศชาติจะถูกทำลายให้ล้มจม

เสียงที่ตะกุกตะกักฟังไม่เหมือนคำสั่งหรือเรียกร้องอะไร แต่ว่าภายในไม่กี่ชั่วโมงความรุนแรงก็สงบลง บรรดาทหารและผู้เดินขบวนต่างเดินทางกลับบ้าน อีกทั้งสุจินดา และจำลอง ต่างถอนตัวออกจากวงการเมือง หนังสือพิมพ์ Washington Post ได้พาดหัวข่าวในวันรุ่งขึ้นอย่างน่าชื่นชมว่า “ใครจะลืมภาพพจน์นี้ไปได้ เมื่อทรราชกับนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามนั่งสยบเข่าต่อหน้านายหลวงของประเทศไทย”

หากเป็นสิบกว่าปีก่อนหน้านี้ กษัตริย์ภูมิพลอาจถูกปัดปฏิเสธอย่างน่าอัปยศอดสูจากนายพลอย่างสุจินดา จริงๆแล้วเมื่อเกือบถึงเวลาเดินทางกลับมารับราชบัลลังก์ในเดือนธันวาคม 2494 เหล่านายพลที่ทุจริตพากันยึดอำนาจจากรัฐบาล ตัดทอนอำนาจสิทธิพิเศษของกษัตริย์ และข่มขู่ว่าจะล้มล้างราชบัลลังก์หากไม่ร่วมมือด้วย เหตุการณ์รัฐประหารในครั้งนั้น เหมือนดังเมฆดำครอบงำกษัตริย์หนุ่มมานานหลายปี

สี่สิบปีต่อมา แม้นว่าจะมีอำนาจเพียงน้อยนิดในพระราชบัญญัติ กษัตริย์ภูมิพลได้เพิ่มพูนบารมี จนผู้ที่มีอำนาจที่สุดในประเทศยังต้องสยบอยู่ใต้เบื้องพระบาท ด้วยวาจาที่สุขุมเพียงไม่กี่คำ ท่านก็สามารถบอกให้คนหายไปจากวงการเมือง และยุติการนองเลือดกันบนท้องถนนบนราชอาณาจักรของท่าน ท่ามกลางสถาบันกฎหมาย รัฐสภา ศาลสถิตยุติธรรม ศาสนา สังคม ผู้นำธุรกิจ มีเพียงกษัตริย์ภูมิพลเท่านั้นที่มีบารมีที่สูงส่ง ลอยเหนือความปั่นป่วนวุ่นวายทั้งปวง และทำให้ประเทศชาติมีความสงบลมเย็นมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เย็นวันนั้น เดือนพฤษภาคม ปี 2535 คือผลงานที่โดดเด่นสูงสุดในชีวิตของกษัตริย์ภูมิพล เมื่อท่านเข้ารับตำแหน่งกษัตริย์ในปี 2489 หลังจากเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ของกษัตริย์อานันท มหิดล ผู้เป็นพี่ชาย สถาบันกษัตริย์ไทยอยู่บนเงื้อมผาเกือบถึงขั้นอวสานไปแล้ว

เพราะการปกครองที่อ่อนแอของสองกษัตริย์ที่ผ่านมา และสิบสี่ปีที่ตำแหน่งกษัตริย์ว่างเปล่า ราชวงศ์จักรีควรที่จะถูกลบให้สูญหายไปอย่างง่ายๆจากแวดวงการเมืองภายหลัง สงครามโลกครั้งที่สอง เพียงอายุได้สิบแปดปี กษัตริย์ภูมิพลต้องแบกภาระรับผิดชอบ ไม่เพียงแค่กอบกู้สถาบันกษัตริย์คืนมา แต่ยังต้องพัฒนาปรับปรุงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกอีกด้วย

เหตุการณ์การเดินขบวนประท้วงในปี 2535 นั้น ท่านได้ก้าวเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากยิ่งขึ้น ในช่วงที่ห้าสิบปีของการขึ้นครองราชย์ กษัตริย์ภูมิพลของชาวไทยได้กลายเป็นกษัตริย์ที่มีความศักดิ์สิทธ์ และมีไหวพริบปฏิภาณปราดเปรื่องจนหาที่เปรียบไม่ได้ ท่านได้เจือจางปัญหาต่างๆที่ยากต่อการแก้ไข ในต่างประเทศ ท่านคือตัวแทนของกษัตริย์ที่ครองราชย์มาได้อย่างคงทนและยาวนาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของลัทธิก้าวหน้าระบอบประชาธิปไตย และทุนนิยม สำหรับประชาชนไทยแล้ว กษัตริย์ภูมิพลเป็นเหมือนดัง พระโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิด หรือเป็นดังเช่นเทวดา
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: