*บทนำ (Introduction) 05*

10/04/2010 at 5:31 pm (บทความ)



โดย
นายสิน แซ่จิ้ว
ในจำนวนเก้าครั้งที่มีทหารทำการปฏิวัติได้สำเร็จ และหลายครั้งที่ล้มเหลว ย่อมมีผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อ รวมทั้งเหตุการณ์ที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยคือ การฆ่าหมู่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2519 ที่ทหารอ้างว่ากระทำไปเพื่อเป็นการปกป้องสถาบันกษัตริย์ของชาติ

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ พฤษภาทมิฬ ปี 2535 พลเอกสุจินดา ผู้โกงกินประเทศได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำทหารสูงสุด พลเอกสุจินดา ได้ทำการปฏิวัติในปี 2534 และได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์ภูมิพล และต่อมาได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ได้ประจันหน้ากันกับกลุ่มชุมนุมผู้ประท้วงที่สงบเสงี่ยม สุจินดาสั่งการให้ทหารยิงปืนกราดไปยังเหล่าผู้เดินขบวน โดยอ้างว่าพวกผู้เดินขบวนมีความเป็นภัยต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สามวันต่อมากษัตริย์ได้เข้าไปยุติเรื่องราวเหล่านี้ และอย่างที่เห็นกันว่า สุจินดาได้รับการปกป้องจาก กษัตริย์ โดยที่กษัตริย์ได้ทำการตำหนิว่าคู่ปรปักษ์ ด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง และโยนความผิดไปที่นายจำลอง มากกว่าสุจินดา

การที่กษัตริย์ภูมิพลเข้าไปไกล่เกลี่ยกรณีขัดแย้งนี้เป็นเวลาราวสิบเอ็ดชั่วโมง ในพฤษภาทมิฬ เป็นการกระทำที่ปราศจากประหม่า และสร้างผลงานให้กับตนเองอีกครั้ง หลายปีผ่านไปภาพของเหตุการณ์นั้นที่กษัตริย์ออกมาตักเตือนคู่ปรปักษ์ทั้งสอง คือ สุจินดา และ จำลอง ได้นำออกมาเปิดเผยทางโทรทัศน์และโรงภาพยนตร์ซ้ำแล้วซ้ำเหล่า รวมทั้งทำเป็นหนังสือเพื่อเตือนความทรงจำของคนไทย 60 ล้านกว่าคนว่า สาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยที่ดำรงคงอยู่รอดมาได้นั้น ก็เพราะบารมีของราชวงศ์จักรีที่คุ้มครองชาติไทย

กษัตริย์ภูมิพลเป็นกษัตริย์ที่ไม่เหมือนใครในศตวรรษที่ยี่สิบ ที่ต้องการแข่งขันมีอำนาจกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในสมัยใหม่ แทนที่จะยอมรับตำแหน่งของตนเองอย่างในประเทศอังกฤษหรือญี่ปุ่น กษัตริย์ภูมิพลทำตัวเป็นตัวเอกในด้านการเมือง การสร้างความสำเร็จเหล่านี้เป็นการเสี่ยงตนเองอย่างยิ่ง ระบบราชาธิปไตยนั้นเหมือนดาบสองคม ถ้าทำสำเร็จก็คือยกย่องสถาบันกษัตริย์ ถ้าล้มเหลวก็คือทำลายทั้งระบบและบารมี เพราะบารมีคืออำนาจที่แท้จริงในระบบราชาธิปไตย และยากต่อการสร้างสม บรรดากษัตริย์และราชินีในปัจจุบันส่วนมากต่างหลีกเลี่ยงการเข้าไปยุ่งเกี่ยว กับการเมือง โดยเฉพาะหลีกเลี่ยงกับการเมืองชั้นต่ำสวะ

กษัตริย์ภูมิพลไม่ไยดีต่อกฎเกณฑ์เหล่านี้ ครั้งแล้วครั้งเหล่าที่นำตัวเข้าไปมีบทบาททางด้านการเมือง แต่ดูเหมือนจะเป็นการเพิ่มชัยชนะและสร้างภาพพจน์ให้ดีและยิ่งใหญ่มากขึ้น เท่านั้น จะเห็นได้จากอย่างในกรณีวิกฤตกาลต่างๆ ยกเว้นเหตุการณ์ฆ่าหมู่ในปี 2519 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กษัตริย์ทำการพลิกแพลงวิกฤตกาลต่างๆจนกลายเป็นวีรบุรุษ โดยการกำจัดคนชั่ว ปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย นี่คือการแสดงที่แนบเนียมน่าเชื่อถือของกษัตริย์ภูมิพล

สำหรับพวกผู้ดีชั้นสูงที่สนับสนุนและหาผลประโยชน์กับราชบัลลังก์ มันเหมือนกับการเยาะเย้ยถากถาง ทำไปเพื่อปกป้องพวกเจ้าขุนมูลนาย ชนชั้นสูง นายทหาร และนักธุรกิจใหญ่ๆ แต่กษัตริย์ภูมิพลเห็นว่าเป็นการอวดดีและเห็นแก่ได้ เพราะกษัตริย์ภูมิพลเป็นผู้เชื่อถือในการปกครองด้วยระบบธรรมราชา ที่มีนโยบายในการปกครองประเทศตามหลักธรรมในพุทธศาสนา ท่านคิดว่าพวกที่ทำตัวเป็นบริวารล้อมรอบท่านนั้นไม่มีความจริงใจในการใช้ หลักแห่งธรรม ท่านรู้ว่ามีแต่ชาวบ้านหรือชนชั้นชาวนาเท่านั้นที่มีความเชื่อถือในตัวท่าน

เป็นเวลาร่วมห้าสิบปีที่กษัตริย์ภูมิพลได้ทุ่มเทสร้างสมความดี ท่านพยายามที่จะเข้าถึงคนยากคนจนผู้ต่ำต้อย ท่านเข้าไปไกล่เกลี่ยอย่างเงียบๆในกรณีที่ชาวบ้านถูกรังแกจากเจ้าหน้าที่ ท่านตักเตือนให้หลีกเลี่ยงความโลบและการลุ่มหลง และตลอดเวลาท่านไม่เคยหลงใหลไปกับความสุขสบายอย่างกษัตริย์ ยกเว้นสมาชิกในครอบครัว แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เจือจางความสำเร็จในการครองราชย์ครบรอบห้าสิบปี ในปี 2543 ประชาชนชาวไทยต่างได้รับการสนับสนุนให้ยกย่องเฉลิมฉลองเชิดชูกษัตริย์ของตน จนเท่าเทียมกับเทวดา ไม่ต่างจากศตวรรษที่ผ่านมาที่ภายในวังเคยพยายามสร้างความประทับใจเช่นนี้เอา ไว้แล้ว

การเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยหลังจากช่วง สงครามโลกครั้งที่สองนั้น คือเรื่องราวของกษัตริย์ภูมิพลกับราชวงศ์ที่ประสพความสำเร็จ เป็นผู้นำที่คงทนหลังจากสงครามโลกและผ่านภาระช่วงสงครามเย็นที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องราวต่างๆไม่เคยบันทึกเอาไว้ นักคิดนักเขียนต่างไร้ข้อมูลและหลีกเลี่ยงการเขียนถึง ตั้งแต่ปี 2475 ประเทศไทยได้เน้นถึงความก้าวหน้า และเลิกให้ภายในวังมีส่วนเกี่ยวข้องในด้านการเมือง บางคนก็ยังหน้ามืดตามัวหลงอยู่กับระบบกษัตริย์ บางคนก็เกรงกลัวกับขอห้าหมิ่นประมาทราชวงศ์ ผลลัพธ์ที่แน่ชัดก็คือการสร้างความเชื่อถือที่ว่า กษัตริย์คือผู้ที่อุทิศตนเพื่อมวลชน มีความยุติธรรม และไม่มีการยุ่งเกี่ยวกับการขัดแย้งทางการเมือง

หนังสือเล่มนี้ต้องการบรรยายให้เห็นว่า กษัตริย์ภูมิพล ทำอย่างไรที่จะสร้างสถาปนาราชบัลลังก์จักรีให้กับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง กุญแจแห่งความสำเร็จเหล่านี้คือ รากฐานวัฒนธรรม ประเพณี การสร้างสงครามเย็น การพัฒนาการด้านความคิดของ โลกทัศน์ส่วนตัวของกษัตริย์ และลัทธิทุนนิยมจากในวังที่น้อยคนจะรู้นัก และเนื้อหาสาระที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องภายในครอบครัวและราชินีสิริ กิต์ รวมทั้งลูกหลานและเหลน เพราะบรรดาบุคคลในราชวงศ์เหล่านี้ มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวในการเสริมสร้าง และสถาปนาราชวงศ์จักรีของกษัตริย์ภูมิพล ให้อยู่รอดได้อีกครั้งหนึ่ง

สถาบันกษัตริย์ในความหมายแล้วคือสถาบันที่มีการสืบสันตติวงศ์ อำนาจที่ส่งผ่านให้ต่อไปนั้นไม่ได้ส่งต่อไปให้ผู้ที่มีความสามารถหรือมาจาก การเลือกผู้ที่มีความสามารถมาจากสาธารณะชน แต่เป็นการส่งมอบอำนาจให้แก่เจ้าฟ้าคนต่อไป โดยส่วนมากแล้วก็คือบุตรคนแรกของกษัตริย์ การสืบสันตติวงศ์ด้วยวิธีนี้เอาความแน่นอนอะไรไม่ได้นัก ไม่มีการรับประกันว่าความสามารถต่างๆจะส่งผ่านไปถึงผู้สืบอำนาจคนต่อไป และไม่มีการป้องกันได้ว่าผู้สืบอำนาจคนต่อไปอาจจะกลายเป็นผู้ที่ไร้ความ สามารถ หรือเป็นกษัตริย์ที่มีความชั่วร้ายได้

เมื่อภูมิพลได้มงกุฎกษัตริย์มาสวมใส เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงการสืบต่อของระบบราชาธิปไตยนั้นน่าทึ่ง แต่ผู้ที่หวังจะขึ้นครองราชย์คนต่อไปคือโอรสของกษัตริย์ภูมิพลกับราชินีสิริ กิต์ คือเจ้าฟ้าวชิราลงกรณนั้นไม่มีความสามารถเทียบเท่ากับผู้เป็นพ่อ เช่นเดียวกับเจ้าชายชาร์ลแห่งอังกฤษที่รอแล้วรอเล่าที่จะรับตำแหน่งกษัตริย์ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณก็เช่นเดียวกันที่เฝ้ารอรับตำแหน่งอย่างน่าระเหี่ยใจ แม้นเรื่องราวที่มีมลทินต่างๆจะถูกเก็บปกปิดเอาไว้ก็ตาม แต่ตามท้องถนนในกรุงไปจนถึงทุ่งนาป่าเขาจะได้ยินเสียงซุบซิบนินทาด่าว่า เกี่ยวกับเจ้าฟ้าคนนี้

ยิ่งกว่านั้น ประเทศไทยที่เจ้าฟ้าวชิราลงกรณหวังรอที่จะขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์นั้น ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ต่างจากสมัยที่กษัตริย์ผู้พ่อเข้ารับตำแหน่ง ปัจจุบันน้อยกว่าครึ่งของคนไทยที่เป็นชาวนาตาสีตาสา และคนส่วนมากต่างมีการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบางคนอาจมีชีวิตอาศัยทำงานอยู่ในต่างประเทศที่เจริญแล้ว เช่นเอเชียหรือในโลกตะวันตก ปัญหาของประเทศนั้นยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งต้องอาศัยผู้เชียวชาญช่วยในการแก้ไข ขณะเดียวกันภายในวังก็ไม่สามารถจำกัดการเผยแพร่ทางด้านสื่อมวลชนต่างๆ รวมทั้งภาพพจน์ที่ไม่ดีของตนเองได้

โอกาสที่เจ้าฟ้าวชิราลงกรณจะเข้ามาทำหน้าที่กษัตริย์ได้สมกับผู้เป็นพ่อค่อนข้างจะ ยากมาก และคนไทยส่วนมากต่างก็หวาดระแวงกลัวว่ามันจะเกิดขึ้นจริง เมื่อถึงจุดที่สูงสุดของการปกครองในระบบราชาธิปไตยนี้ สถาบันกษัตริย์ไทย ต้องเผชิญกับอนาคตที่น่าเขย่าขวัญกันต่อไป คือการสืบสันตติวงศ์อันเป็นสิ่งที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างราชวงศ์กับ รัฐบาล ซึ่งต่างยังหาทางออกกันไม่ได้ นอกจากช่วยกันสนับสนุนและสร้างค่านิยมให้กับราชวงศ์จักรีกันต่อไป ด้วยประเด็นนี้จึงทำให้เกิดปัญหาอย่างกว้างๆเกี่ยวกับรัชกาลที่เก้าที่ทำการ ฟื้นฟูสถาบันของตนเอง จริงหรือที่กษัตริย์ภูมิพลได้สร้างรูปแบบการปกครองในระบบราชาธิปไตยให้คง อยู่ได้อีกครั้ง ในยุคสมัยของระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ หรือว่าเป็นการกระทำที่ผิดพลาดที่นำเอาระบบกษัตริย์กลับมาใช้อย่างไม่ถูก ต้องกับกาลสมัยนี้ มันเป็นการรื้อฟื้นระบบที่ตายไปแล้วกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่สมควรจะกระทำเลยก็ได้

แหล่งอ้างอิงของ Introduction:
1. E. Bruce Reynolds, Thailand and Japan’s Southern Advance, 1940-1945 (New York: St.Martin’s, 1994), 25.
2. การเข้าพัวพันในการค้ายาเสพติดของพลเอกเผ่า ศรียานนท์ และ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเป็นพวกนิยมเจ้าในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1940s และ 1950s. อันมีรายละเอียดในงานเขียนของ Alfred McCoy, The Politics of Heroin in Southeast Asia (Singapore: Harper and Row, 1972), 135-45. ทั้งผู้บัญชาการตำรวจและผู้บัญชาการทหารทั้งสอง ต่างควบคุมกุญแจของการค้าขายและอุตสาหกรรมในระหว่างปี ค.ศ. 1950s
3. หน้าตาที่ดูเครียดของภูมิพลทำให้เป็นการยากต่อการยิ้ม แต่มีเพียงแต่รูปถ่ายทางการบางรูปเท่านั้นที่แสดงการยิ้มท่ามกลางรูปภาพที่ มีเป็นหมื่นเป็นแสนที่เผยแพร่ออกสู่สาธารณะจากสำนักราชวัง ในทางตรงข้ามมีรูปถ่ายจำนวนมากของสมาชิกครอบครัวที่ดูยิ้มแย้มแจ่มใส จากแหล่งข่าวของประเทศไทยอ้างว่า เป็นภาพพจน์ที่ทางในวังได้สร้างไว้มานมนานแล้ว
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: