*ธรรมราชาจากอเมริกา 1/01*

11/04/2010 at 3:08 pm (หนังสือ)



จากหนังสือ The King Never Smiles เขียนโดย Paul M. Handley (สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเยล)

ถอดความภาษาไทยโดย นายสิน แซ่จิ้ว (Copyright © 2007)

บทแปลจากหนังสือเพื่อการศึกษา ไม่มีเ่จตนาลบหลู่ดูหมิ่นฯผู้ใด


“เหตุการณ์ที่ทำให้กษัตริย์ซาร์แห่งรัสเซียต้องสละราชบัลลังก์ก็เป็น เพราะตัวท่านเอง ท่านปฏิเสธไม่ยอมรับฟังหรือปรับตัวให้เข้ากับกลุ่มหัวก้าวหน้าตามเวลาอันควร ซึ่งเป็นพวกที่มีปากเสียงโวยวายมากขึ้นทุกวัน ไม่มีใครต่อต้านพวกหัวก้าวหน้าได้ และก็น่าที่จะถามกันอีกว่า ทำไมถึงไม่ฟังเสียงของพวกจารีตนิยมด้วยเช่นกัน เพราะในเมื่อมันมีอยู่แล้ว คำตอบก็คือพวกจารีตนิยมนั้น

ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสถาบันกษัตริย์ สาเหตุเพราะพวกจารีตนิยมมีความเชื่อมั่นในสถาบันกษัตริย์ ส่วนพวกหัวก้าวหน้านั้นมีความสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ ดังนั้นจึงควรฟังเสียงของพวกหัวก้าวหน้ามากกว่าพวกจารีตนิยม ความคิดเห็นขัดแย้งกันของทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องธรรมดา แต่พวกจารีตนิยมเป็นพวกที่ติดยึดไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง และการเหนี่ยวรั้งเป็นสิ่งที่คงอยู่ได้เพียงชั่วคราว ในท้ายที่สุดพวกหัวก้าวหน้าจะเป็นผู้กำหนดการเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ ได้” – จดหมายเหตุของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ถึงรัชกาลที่6 ในเดือน เมษายน พ.ศ. 2460

ภูมิพลเกิดในวันที่ 5 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2470 วันที่อากาศหนาวเยือกเย็นจัดในเมือง Brookline ชานเมืองที่รุ่งเรื่องของเมือง Boston รัฐ Massachusetts แผ่นดินที่มีบรรยากาศห่างไกลจากราชบัลลังก์ทองในเมืองบางกอก ประเทศสยาม อันมีอากาศที่ร้อนอบอ้าว ซึ่งในขณะนั้นมีลุงเป็นกษัตริย์ชื่อว่า ประชาธิปก ผู้กำลังต่อสู้กระเสือกกระสนดิ้นรนต้านกับคลื่นการเมืองหัวสมัยใหม่ เพื่อรักษาไว้ในระบบราชาธิปไตยในแบบสมบูรณาญาสิทธิราช (absolute monarchy)

ประชาธิปก หรืออีกนัยหนึ่งคือกษัตริย์ราชวงศ์จักรี มีตำแหน่งเป็นรัชกาลที่ 7 เพิ่งได้เข้ามาเสวยราชบัลลังก์หลังจากที่กษัตริย์วัชิราวุธได้สร้างความล้ม เหลวมานานถึงสิบห้าปี เงินกำปั่นคงคลังของรัฐบาลหมดเกลี้ยงไม่เหลือหลอ สร้างความขุ่นเคืองไม่พอใจต่อบรรดาราชวงศ์ที่มีอำนาจเอกสิทธิ์ผูกขาด แผ่ซ่านไปถึงบรรดาชนชั้นกลาง ประชาธิปกหวั่นวิตกกลัวการปฏิวัติที่ล้มล้างตัดทอนอำนาจของสถาบันกษัตริย์ อย่างที่เกิดขึ้นในยุโรป รัสเซีย และ ประเทศจีน

ในความนึกคิดส่วน หนึ่งของ ประชาธิปก พะวงถึงทารกที่เกิดขึ้นใหม่ในเมืองบอสตันที่อยู่ห่างไกล มีเพียงกษัตริย์และพราหมณ์ที่ปรึกษาเท่านั้น ที่จะเลือกชื่อให้กับบุตรหรือโอรสที่มีสายเลือดของกษัตริย์ได้ หลังจากหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป จึงมีการประกาศทางโทรเลขว่า โอรสที่เกิดใหม่นั้นมีชื่อว่า ภูมิพล อดุลยเดช หรือมีความหมายว่า กำลังที่แข็งแกร่งของแผ่นดิน และด้วยอำนาจที่เปรียบไม่ได้ ภูมิพล จึงได้คงความเป็นกษัตริย์แต่เพียงผู้เดียวที่เกิดในประเทศสหรัฐอเมริกา

บิดาของภูมิพลคือเจ้าฟ้ามหิดล อันเป็นน้องต่างมารดากับกษัตริย์ประชาธิปก เจ้าฟ้ามหิดลเกิดในปี พ.ศ. 2435 เป็นบุตรคนที่ 69 ของกษัตริย์จุฬาลงกรณ์หรือ รัชกาลที่5 กับภรรยาคนที่สองในสามคนคือ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา จึงเป็นสายเลือดแท้ของราชวงศ์ที่มีสิทธิในการสืบสันตติวงศ์ แต่ในขณะนั้นอยู่แค่ในตำแหน่งที่หกของผู้มีสิทธิทั้งหมด ซึ่งทำให้ดูเหมือนกับตำแหน่งปลายแถว พออายุได้ 12 ปี เจ้าฟ้ามหิดลถูกส่งไปเข้าโรงเรียนแฮร์โรว์(Harrow) ในประเทศอังกฤษ และสองปีต่อมาก็ย้ายไปเรียนต่อที่โรงเรียนทหารที่ประเทศเยอรมันนี ในปี 2457 หรือ สี่ปีหลังจากที่กษัตริย์จุฬาลงกรณ์ได้ถึงแก่กรรม โดยครองราชย์มาได้ทั้งหมด 42 ปี เจ้าฟ้ามหิดลได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อรับตำแหน่งที่สำคัญในกองทัพเรือของประเทศสยาม

ในปี พ.ศ.2460 ท่านตัดสินใจทำการศึกษาต่อทางด้านแพทย์ที่มหาวิทยาลัย Harvard University และที่นั้นท่านได้ตกหลุมรักกับ สังวาล นักเรียนพยาบาล อันเป็นคนธรรมดาสามัญลูกครึ่งจีน สังวาลเกิดจากครอบครัวที่ยากจนในปี พ.ศ.2443 ข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกับราชวัง ต่อมาต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า พออายุได้เจ็ดขวบก็ถูกส่งเข้าไปเฝ้าอยู่ในวัง มารดาเจ้าฟ้ามหิดลและน้องสาว ต่างเห็นแววความฉลาดของเด็ก จึงช่วยอุปถัมภ์ส่งเรียนต่อที่ Boston’s Simmons College

เมื่อเจ้าฟ้ามหิดลและสังวาลพบกัน จึงเป็นสิ่งทีหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับบุพเพสันนิวาส แต่การแต่งงานของคนสามัญชนกับเจ้าฟ้าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะในวังไม่สนับสนุนการแต่งงานอย่างเปิดเผยกับสามัญชน แต่สังวาลเป็นที่โปรดปรานของเจ้าจอมมารดา และเจ้าฟ้ามหิดลมีตำแหน่งเพียงปลายแถวในการสืบสันตติวงศ์ ดังนั้นจึงได้รับอนุมัติให้แต่งงานกันได้ หลังจากนั้นก็ได้ตำแหน่งเรียกว่าหม่อมสังวาล หลังจากที่แต่งงานกันในปี พ.ศ.2463 ทั้งคู่เดินทางกันอย่างกว้างขว้างในอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย เพื่อการศึกษา ความพึงพอใจส่วนตัว และบางครั้งก็เป็นราชภารกิจ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2466 ก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนแรกเกิดที่ประเทศอังกฤษ ชื่อว่า กัลยาณิวัฒนา

เหมือนเช่นกับพี่ๆน้องๆทุกๆคน เจ้าฟ้ามหิดลมักมีอาการป่วยเรื้อรังอยู่บ่อยๆ บางคนก็พูดถึงว่า อันเป็นสาเหตุมาจากการแต่งงานกับพี่น้องในสายเลือดเดียวกัน ดังเช่น กษัตริย์จุฬาลงกรณ์ที่มีภรรยาที่เป็นทางการทั้งหมดนั้น ก็เป็นน้องสาวต่างมารดาในราชวงศ์ของตนเองทั้งสิ้น ทำให้มีทารกที่เกิดใหม่เสียชีวิตไปเป็นจำนวนมากเพราะสาเหตุเหล่านี้ ในปี พ.ศ. 2468 เจ้าฟ้ามหิดลได้ย้ายไปอยู่ที่เมือง Heidelberg, Germany เพื่อรับการรักษาสุขภาพ และในวันที่ 20 กันยายน อันตรงกับวันเกิดของกษัตริย์จุฬาลงกรณ์ ซึ่งถือว่าเป็นวันศุภมงคล สังวาลก็คลอดบุตรชายคนแรกมีชื่อว่า อานันท มหิดล

สองเดือนต่อมา เหตุการณ์ลามปลายใหญ่โตมากขึ้น เมื่อกษัตริย์วัชิราวุธเสียชีวิตโดยไม่มีบุตรชายในการสืบสันติวงศ์ เพราะห้าปีที่ผ่านมา ลูกพี่ลูกน้องในราชวงศ์ของเจ้าฟ้ามหิดลได้ถึงแก่กรรมกันไป เพียงอายุสามสิบกว่าปีเท่านั้น อีกทั้งกษัตริย์คนใหม่ต่อมาคือประชาธิปกเองก็ไม่มีบุตรไว้สืบสันตติวงศ์ ทำให้เจ้าฟ้ามหิดลเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน

ตำแหน่งกษัตริย์ ดูเหมือนจะไม่มีความหมายนักสำหรับเจ้าฟ้ามหิดล เพราะท่านใช้เวลามากกว่าครึ่งหนึ่งของสามสิบสามปีอยู่นอกประเทศสยาม ห่างไกลกับกิจวัตรและประเพณีภายในวัง จนมีคนกล่าวกันว่า ในทางส่วนตัวแล้วเจ้าฟ้ามหิดล อาจจะไม่เหมาะสมกับระบบกษัติรย์ตามอย่างวัฒนธรรมไทยนัก ท่านมีแนวความคิดนิยมโน้มเอียงไปในรูปแบบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยอย่าง สหรัฐอเมริกา และเชื่อกันว่าท่านอาจจะสละสิทธิให้กับลูกพี่ลูกน้องที่มีตำแหน่งถัดต่อไป

คือ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ผู้ซึ่งมีอำนาจอยู่ในมือและเป็นคนมีระเบียบวินัย เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์เป็นบุตรของกษัตริย์จุฬาลงกรณ์ อันเกิดจากภรรยาคนที่สามชื่อ พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี หลังจากการทำพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ประชาธิปกในปี พ.ศ. 2469 เจ้าฟ้ามหิดลเดินทางกลับไปศึกษาวิชาแพทย์ต่อที่มหาวิทยาลัย Harvard เพื่อที่จะได้รับประกาศการศึกษาขั้นสูง ท่านหวังที่จะนำเอาวิชาแพทย์สมัยใหม่มาใช้ในประเทศสยาม(1)

เจ้าฟ้ามหิดลและสังวาลชื่นชมสหรัฐอเมริกายิ่งนัก มีบ้านส่วนตัวหลังใหญ่ในเมือง Brookline และรถยนต์ใช้ส่วนตัวแบบLimousine มีคนใช้บริการงานบ้านและดูแลลูกๆ สังวาลศึกษาการเลี้ยงเด็กแบบสมัยใหม่และจัดการงานในบ้าน ครอบครัวชอบขับรถชมวิวชนบทในเขต New England และได้รับการต้อนรับอย่างดีที่เกาะ Martha’s Vineyard โดย นาย Francis Sayre ตำแหน่งผู้ที่ปรึกษาสำนักราชวัง และเป็นบุตรเขยของประธานาธิปดี Woodrow Wilson

ภูมิพลเป็นบุตรคนที่สามหรือบุตรคนสุดท้าย แม้นสังวาลจะเป็นคนสามัญแต่บุตรชายทั้งสองได้รับการแต่งตั้งเป็นถึงขั้นเจ้า ฟ้า ในปลายปี พ.ศ. 2470 กษัตริย์ประชาธิปกได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ในอนาคตบรรดาบุตรในราชวงศ์ที่มียศเป็น สมเด็จเจ้าฟ้า ไม่ว่าจะมาจากมารดาที่มีฐานะหรือตำแหน่งอะไรก็ตาม ต่างก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น พระองค์เจ้า ย่อมมีโอกาสเปลี่ยนตำแหน่งเลื่อนให้เป็นผู้สืบสันตติวงศ์ขึ้นมาได้

ซึ่งอาจจะเป็นการนอกรีต แต่ก็เป็นหนทางเดียวที่จะรักษาเชื้อพระวงศ์ที่มีสายเลือดใกล้ชิดกันทั้งหลาย ให้อยู่รอดต่อไป พี่น้องของเจ้าฟ้ามหิดลทั้งหกคนต่างมีบุตรสืบสันตติวงศ์เพียงแค่สองคน และทั้งสองก็ไม่ใช่สายเลือดราชวงศ์จักรีอย่างโดยตรงคือ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถมีบุตรหนึ่งคน ชื่อว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ หรือ พระองค์จุล ครึ่งไทยครึ่งรัสเซีย และเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ก็มีบุตรเพียงคนเดียว พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช ซึ่งมีแม่เป็นคนรับใช้ในวัง เพื่อเป็นการสืบสายเลือดราชวงศ์จักรี กษัตริย์ประชาธิปกได้จัดตั้งสิบเอ็ดรายชื่อตำแหน่งพระองค์เจ้าขึ้นมา รวมทั้งบุตรทั้งสองของเจ้าฟ้ามหิดลได้อยู่ในรายชื่อนั้นด้วย

เจ้าฟ้ามหิดลทำตัวให้ห่างจากตำหนักในวัง ท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ลูกๆเติบโตกลายเป็นเทียบเท่ากับพระเจ้าด้วยพิธีการ ต่างๆ เมื่อท่านล้มป่วยลงอย่างหนักในปี พ.ศ. 2471 ท่านได้อ้อนวอนนาย Sayre ว่าหากท่านเสียชีวิต ขอให้หลีกเลี่ยงบุตรทั้งสองจากอันดับในการสืบราชสันตติวงศ์(2)
Read More

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: